VWTVWT
← บทความทั้งหมด

ไปดูผู้ขนส่งถึงที่ ควรขอดูอะไรบ้าง

เผยแพร่เมื่อ 19 ตุลาคม 2569 · อ่าน 2 นาที

การไปดูผู้ขนส่งส่วนใหญ่จบลงที่การเดินดูลานจอดรถ เห็นรถ เห็นออฟฟิศสะอาด เจอผู้จัดการที่เป็นมิตร แล้วกลับมาพร้อมความรู้สึกหนึ่ง ความรู้สึกไม่ใช่หลักฐาน

กรมการขนส่งทางบกเขียนไว้แล้วว่าการไปดูควรดูอะไร อยู่ในคู่มือของมาตรฐาน Q Mark ที่สมัครใจขอรับ ซึ่งบอกผู้ตรวจจากภายนอกว่าแต่ละข้อให้ขอดูอะไร ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองก็ใช้รายการนี้ได้ คุณไปตรวจตามรายการเดียวกันเองได้

คำตอบสั้นๆ

  • คู่มือมีข้อกำหนด 39 ข้อใน 5 ด้าน เป็นข้อบังคับ ("ต้อง") 27 ข้อ และข้อแนะนำ ("ควร") 12 ข้อ
  • แต่ละข้อมีหลักฐานที่ผู้ตรวจยอมรับ อาจเป็นเอกสาร บันทึก หรือพนักงานที่อธิบายงานของตัวเองได้
  • แนวคิดเบื้องหลังทั้งหมดคือทำซ้ำได้ ถ้าพนักงานคนหนึ่งลาออก คนใหม่ต้องทำงานได้เหมือนเดิม การไปดูคือการตรวจว่าจริงหรือไม่
  • ผู้ที่ถือใบรับรองมีน้อย หน้าของกรมแสดงผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางที่ได้รับการรับรอง 458 ราย จากผู้ประกอบการทั้งหมดราว 40,900 ราย หรือประมาณ 1 ใน 90
  • รายการนี้จึงมีประโยชน์ในฐานะคู่มือไปดูมากกว่าตัวกรอง ขอดูหลักฐานด้วยตัวเอง

มาตรฐานนี้คืออะไร และไม่ใช่อะไร

  • สมัครใจ ผู้ประกอบการเป็นผู้ยื่นขอ และยื่นได้เฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง หรือใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลสำหรับรถที่ใช้ขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ
  • มีการเข้าตรวจ ผู้ประกอบการประเมินตนเอง กรมตรวจเอกสาร หน่วยตรวจประเมินอิสระเข้าไปที่สถานประกอบการจริง แล้วคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา
  • ใบรับรองมีอายุ 3 ปี สิ้นสุดเมื่อไม่ได้ต่ออายุ ถูกเพิกถอน หรือใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ได้ต่ออายุ ถูกเพิกถอนหรือหมดอายุ
  • ผู้ตรวจสุ่มตรวจและสอบถาม คู่มือบอกว่าผู้ตรวจมองหาสี่อย่าง คือ แผนงาน การทำตามแผน บันทึกผล และการทบทวนเมื่อผลไม่เป็นตามแผน มีการสัมภาษณ์พนักงาน เช่น คนขับและพนักงานออฟฟิศ

มีข้อจำกัดสองข้อที่ผู้ซื้อต้องรู้

  • ตรวจระบบ ไม่ได้ตรวจสินค้าของคุณ ผู้ที่ได้รับการรับรองแสดงว่ามีระบบ ไม่ได้รับประกันว่าสินค้าของคุณจะถึงตรงเวลา
  • ตัวอย่างเอกสารในคู่มือไม่ใช่ข้อบังคับ บทที่ 6 สร้างจากบริษัทสมมุติ ตัวอย่างในนั้นเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการทำ ไม่ใช่มาตรฐานที่ใช้ยึดกับผู้ขนส่ง

ไปดูทีละด้าน

เลขในวงเล็บเป็นเลขข้อของคู่มือเอง เพื่อให้เปิดหาได้ ข้อบังคับ ("ต้อง") ทุกข้อเว้นแต่ระบุว่า ควร

ด้านองค์กร: ใครรับผิดชอบ

ขอดู สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ
ใครรับผิดชอบความปลอดภัยในการขนส่ง (1.1) ผังองค์กรที่เห็นแผนกขนส่งและระบุชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พนักงานบอกหน้าที่ของตนเองได้
การจัดการเมื่อสินค้าเสียหาย (1.5) ขอบเขตความรับผิดชอบและขั้นตอนที่ชัดเจน แสดงด้วยกรมธรรม์หรือตัวอย่างสัญญา และรายงานความเสียหาย หากไม่เคยเกิด ผู้ตรวจขอตัวอย่างอย่างน้อยหนึ่งชนิด
การใช้ซอฟต์แวร์ (1.3) ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง เช่น โปรแกรมคำนวณต้นทุนขนส่ง หรือระบบจัดการขนส่ง (TMS)

ข้อ 1.5 เชื่อมกับสิทธิเรียกร้องของคุณ กฎหมายว่าด้วยใครจ่ายเมื่อสินค้าเสียหาย วางหลักเริ่มต้นไว้ ข้อนี้บอกว่าผู้ขนส่งมีขั้นตอนหรือไม่

ด้านปฏิบัติการขนส่ง: ส่วนที่แตะสินค้าของคุณ

ทั้งแปดข้อในด้านนี้เป็น "ต้อง"

ขอดู สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ
เส้นทางตั้งแต่รับออเดอร์ถึงส่งมอบ (2.1, 2.2) ขั้นตอนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่รับคำสั่งขนส่งถึงส่งมอบสินค้า ระบุผู้รับผิดชอบทุกขั้น สำหรับลูกค้าแต่ละประเภท และมีคู่มือที่ตรงกัน ให้พนักงานทำเหมือนกันทุกคนทุกครั้ง
การวางแผนเส้นทาง (2.3) บัญชีเส้นทางที่ระบุจุดเสี่ยงและจุดอันตราย และจุดพักรถที่ปลอดภัยและไม่รบกวนชุมชนข้างเคียง
บันทึกรายเที่ยว (2.4) คนขับ ทะเบียนรถ เวลาเดินทาง เวลารับ-ส่งสินค้า ใบรายงานการขนส่ง (trip report) ก็ใช้ได้
การทบทวนผล (2.5) เก็บผลรายเที่ยวและข้อผิดพลาด เช่น จำนวนเที่ยวที่ล่าช้า ที่ผิดพลาด แล้ววิเคราะห์หาสาเหตุอย่างต่อเนื่อง
ความเร็วและพฤติกรรมการขับ (2.6) มาตรการควบคุม เช่น GPS และวิธีกำกับดูแล
เหตุฉุกเฉิน (2.7) ขั้นตอนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แจ้งใคร (บริษัทประกันภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ) ช่วยผู้บาดเจ็บอย่างไร มีเอกสารพร้อมเบอร์โทรประจำรถทุกคัน และซักซ้อมเป็นประจำ
บันทึกอุบัติเหตุ (2.8) บันทึกทุกเหตุ สาเหตุ และการแก้ไข หากไม่เคยเกิด ต้องมีแบบฟอร์มเปล่าพร้อมใช้

ข้อ 2.5 มีค่าที่สุดสำหรับคุณ ผู้ขนส่งที่นับเที่ยวล่าช้าและเที่ยวที่ผิดพลาดแยกตามสาเหตุ บอกคุณได้ว่าเดือนที่แล้วพลาดเพราะอะไร ผู้ที่ไม่นับทำได้เพียงขอโทษ คำถามห้าข้อที่ควรติดตามจากผู้ขนส่ง คือตัวเลขที่ควรขอ

ด้านพนักงาน: ใครขับ

ขอดู สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ
การรับสมัครและแฟ้มประวัติ (3.1, 3.5) ขั้นตอนรับสมัคร หรือหากไม่มี ก็ดูจากแฟ้มประวัติที่แสดงขั้นตอนนั้น แฟ้มประวัติรายคนและบัญชีรายชื่อคนขับที่เป็นปัจจุบัน
กฎระเบียบการทำงาน (3.2) กฎของทุกตำแหน่ง ครอบคลุมเวลาทำงาน เวลาพัก วันหยุดประจำปี และบทลงโทษ พนักงานรับทราบ
การอบรม (3.3) แผนอบรมอย่างน้อย 2 หลักสูตรต่อปี คือ การขับขี่อย่างปลอดภัย และการตรวจสภาพและบำรุงรักษารถเบื้องต้น มีหลักฐาน เช่น รูปถ่าย รายชื่อผู้เข้าอบรม หรือประวัติอบรมรายคน
สุขภาพ (3.6) ตรวจสุขภาพประจำปีตามรายการและความถี่ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ในการตรวจครั้งแรกต้องแสดงว่าคนขับอย่างน้อยร้อยละ 30 ตรวจแล้ว
ชั่วโมงการทำงาน (3.7) แผนการทำงานของคนขับแต่ละคน หรือมาตรการตรวจว่าไม่ขับต่อเนื่องเกินที่กฎหมายกำหนด และมั่นใจว่าได้พักผ่อนเพียงพอ
แอลกอฮอล์ (3.8) ตรวจด้วยเครื่องวัดที่ได้มาตรฐาน มีบันทึกผลและบทลงโทษ คู่มือเพิ่มเติมว่าควรตรวจทุกครั้งก่อนออกเดินทาง
สารเสพติด (3.9) สุ่มตรวจเป็นประจำ หรือตรวจเลือดในการตรวจสุขภาพประจำปี และมีบทลงโทษ

ข้อ 3.7 ถามว่าผู้ขนส่งตรวจชั่วโมงขับรถหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละคำถามกับว่ามีกฎเรื่องนี้อยู่หรือเปล่า

ข้อแนะนำ ("ควร") หนึ่งข้อที่ดูง่ายและไม่เสียเงิน คือกฎเข้มงวดห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอดนานๆ (3.10)

ด้านยานพาหนะ: บันทึกสามอย่างต่อรถหนึ่งคัน

ขอดู สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ
เชื้อเพลิง (4.1) บันทึกการจ่ายน้ำมันรายคัน วิเคราะห์ประสิทธิภาพและปรับปรุงต่อเนื่อง หากจ่ายเหมาเป็นก้อน ให้เทียบกับระยะทางขนส่ง และแสดงว่าได้คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
ความพร้อมและการบำรุงรักษา (4.2) ตรวจความพร้อมรถทุกวันก่อนออกเดินทาง มีแผนตรวจสภาพและบำรุงรักษาตามเวลาหรือระยะทาง (ตัวอย่างในคู่มือคือเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตร) และเก็บผลรายคัน
ประวัติซ่อม (4.3) ประวัติการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถรายคัน

การตรวจสภาพประจำปีเป็นเพียงภาพนิ่งหนึ่งวัน ดังที่อธิบายใน ผู้ขนส่งบำรุงรักษารถจริงหรือไม่ บันทึกสามอย่างนี้แสดงวันที่อยู่ระหว่างการตรวจ

ด้านลูกค้าและภายนอก

  • ข้อมูลลูกค้า (5.1 ต้อง) รายชื่อ เบอร์ติดต่อ และประวัติการใช้บริการ
  • วัดความพึงพอใจและนำมาใช้ (5.2 ต้อง) วิเคราะห์ผลและนำไปปรับปรุงการทำงาน
  • ข้อแนะนำ (5.3 ถึง 5.5) ช่องทางรับข้อเสนอแนะ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของลูกค้า และการประชุมกับลูกค้าเป็นประจำ

วิธีไปดู

  1. เริ่มจากเอกสาร ขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งก่อน แล้วขอใบรับรอง Q Mark หากมี เว็บไซต์ของกรมมีทำเนียบผู้ได้รับการรับรอง พร้อมเลขที่ใบรับรอง ประเภท และวันสิ้นสุด
  2. เลือกหนึ่งเที่ยวแล้วไล่ตามบันทึก ขอใบรายงานเที่ยว บันทึกตรวจรถประจำวัน บันทึกน้ำมัน และแฟ้มคนขับของเที่ยวหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว เที่ยวจริงหนึ่งเที่ยวทดสอบได้มากกว่าแฟ้มนโยบายทั้งเล่ม
  3. ถามคนที่ทำงานจริง ไม่ใช่ผู้จัดการ วิธีของคู่มือเองคือสัมภาษณ์คนขับและพนักงานออฟฟิศ ถ้าขั้นตอนที่เขียนไว้บอกอย่างหนึ่ง แต่พนักงานจัดรถเล่าอีกอย่าง ก็ได้คำตอบแล้ว
  4. ให้คะแนนแต่ละข้อสามแบบ เห็นหลักฐาน ได้ยินแต่คำบอกเล่า หรือไม่มี "ได้ยินแต่คำบอกเล่า" พบบ่อยและเป็นแบบที่ต้องจด
  5. ให้น้ำหนักตามสินค้าของคุณ สำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่ ข้อสำคัญคือ 1.5, 2.1, 2.5, 2.7, 2.8 และ 4.2

สิ่งที่ควรเขียนลงสัญญา

  • ระบุบันทึกที่คุณขอดูได้ ข้อสัญญาให้สิทธิตรวจใบรายงานเที่ยว บันทึกอุบัติเหตุ และประวัติการบำรุงรักษารถ โดยแจ้งล่วงหน้าตามสมควร
  • ขอสถิติข้อยกเว้นทุกเดือน เที่ยวล่าช้าและเที่ยวที่ล้มเหลวแยกตามสาเหตุ (ข้อ 2.5) ผู้ขนส่งที่เก็บอยู่แล้วส่งให้ได้โดยแทบไม่มีต้นทุน
  • ขอแผ่นเหตุฉุกเฉิน ฉบับที่เก็บประจำรถ พร้อมเบอร์โทร และตรวจว่าเป็นปัจจุบัน
  • ข้อ "ต้อง" ที่ขาด ให้เป็นงานที่มีกำหนดวัน สำหรับผู้ขนส่งที่คุณอยากใช้ ตกลงวันที่แก้ไข แทนที่จะเดินจากไป

หลักฐานหยุดอยู่ตรงไหน

บทความนี้ใช้คู่มือของกรมสำหรับสิ่งที่ควรขอดู และบทว่าด้วยการจ้างงานภายนอกของตำราสำหรับแนวคิดการไปเยี่ยมชม ไม่พบงานวิจัยไทยที่วัดว่าผู้ขนส่งที่ได้รับการรับรองส่งตรงเวลาดีกว่าหรืออุบัติเหตุน้อยกว่าหรือไม่ คู่มือจึงเป็นแนวทางถามคำถามที่ถูกต้อง ไม่ใช่หลักฐานว่าผลงานดีกว่า ตัวเลข 458 และ 40,900 มาจากสองหน้าที่ไม่ระบุวันที่ สัดส่วนหนึ่งในเก้าสิบจึงเป็นค่าประมาณ บทความนี้ไม่อ้างบทบัญญัติของกฎหมายไทย จึงไม่มีตัวบทที่ต้องตรวจสอบ