การไปดูผู้ขนส่งส่วนใหญ่จบลงที่การเดินดูลานจอดรถ เห็นรถ เห็นออฟฟิศสะอาด เจอผู้จัดการที่เป็นมิตร แล้วกลับมาพร้อมความรู้สึกหนึ่ง ความรู้สึกไม่ใช่หลักฐาน
กรมการขนส่งทางบกเขียนไว้แล้วว่าการไปดูควรดูอะไร อยู่ในคู่มือของมาตรฐาน Q Mark ที่สมัครใจขอรับ ซึ่งบอกผู้ตรวจจากภายนอกว่าแต่ละข้อให้ขอดูอะไร ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองก็ใช้รายการนี้ได้ คุณไปตรวจตามรายการเดียวกันเองได้
คำตอบสั้นๆ
- คู่มือมีข้อกำหนด 39 ข้อใน 5 ด้าน เป็นข้อบังคับ ("ต้อง") 27 ข้อ และข้อแนะนำ ("ควร") 12 ข้อ
- แต่ละข้อมีหลักฐานที่ผู้ตรวจยอมรับ อาจเป็นเอกสาร บันทึก หรือพนักงานที่อธิบายงานของตัวเองได้
- แนวคิดเบื้องหลังทั้งหมดคือทำซ้ำได้ ถ้าพนักงานคนหนึ่งลาออก คนใหม่ต้องทำงานได้เหมือนเดิม การไปดูคือการตรวจว่าจริงหรือไม่
- ผู้ที่ถือใบรับรองมีน้อย หน้าของกรมแสดงผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางที่ได้รับการรับรอง 458 ราย จากผู้ประกอบการทั้งหมดราว 40,900 ราย หรือประมาณ 1 ใน 90
- รายการนี้จึงมีประโยชน์ในฐานะคู่มือไปดูมากกว่าตัวกรอง ขอดูหลักฐานด้วยตัวเอง
มาตรฐานนี้คืออะไร และไม่ใช่อะไร
- สมัครใจ ผู้ประกอบการเป็นผู้ยื่นขอ และยื่นได้เฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง หรือใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลสำหรับรถที่ใช้ขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ
- มีการเข้าตรวจ ผู้ประกอบการประเมินตนเอง กรมตรวจเอกสาร หน่วยตรวจประเมินอิสระเข้าไปที่สถานประกอบการจริง แล้วคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา
- ใบรับรองมีอายุ 3 ปี สิ้นสุดเมื่อไม่ได้ต่ออายุ ถูกเพิกถอน หรือใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ได้ต่ออายุ ถูกเพิกถอนหรือหมดอายุ
- ผู้ตรวจสุ่มตรวจและสอบถาม คู่มือบอกว่าผู้ตรวจมองหาสี่อย่าง คือ แผนงาน การทำตามแผน บันทึกผล และการทบทวนเมื่อผลไม่เป็นตามแผน มีการสัมภาษณ์พนักงาน เช่น คนขับและพนักงานออฟฟิศ
มีข้อจำกัดสองข้อที่ผู้ซื้อต้องรู้
- ตรวจระบบ ไม่ได้ตรวจสินค้าของคุณ ผู้ที่ได้รับการรับรองแสดงว่ามีระบบ ไม่ได้รับประกันว่าสินค้าของคุณจะถึงตรงเวลา
- ตัวอย่างเอกสารในคู่มือไม่ใช่ข้อบังคับ บทที่ 6 สร้างจากบริษัทสมมุติ ตัวอย่างในนั้นเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการทำ ไม่ใช่มาตรฐานที่ใช้ยึดกับผู้ขนส่ง
ไปดูทีละด้าน
เลขในวงเล็บเป็นเลขข้อของคู่มือเอง เพื่อให้เปิดหาได้ ข้อบังคับ ("ต้อง") ทุกข้อเว้นแต่ระบุว่า ควร
ด้านองค์กร: ใครรับผิดชอบ
| ขอดู | สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ |
|---|---|
| ใครรับผิดชอบความปลอดภัยในการขนส่ง (1.1) | ผังองค์กรที่เห็นแผนกขนส่งและระบุชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พนักงานบอกหน้าที่ของตนเองได้ |
| การจัดการเมื่อสินค้าเสียหาย (1.5) | ขอบเขตความรับผิดชอบและขั้นตอนที่ชัดเจน แสดงด้วยกรมธรรม์หรือตัวอย่างสัญญา และรายงานความเสียหาย หากไม่เคยเกิด ผู้ตรวจขอตัวอย่างอย่างน้อยหนึ่งชนิด |
| การใช้ซอฟต์แวร์ (1.3) | ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง เช่น โปรแกรมคำนวณต้นทุนขนส่ง หรือระบบจัดการขนส่ง (TMS) |
ข้อ 1.5 เชื่อมกับสิทธิเรียกร้องของคุณ กฎหมายว่าด้วยใครจ่ายเมื่อสินค้าเสียหาย วางหลักเริ่มต้นไว้ ข้อนี้บอกว่าผู้ขนส่งมีขั้นตอนหรือไม่
ด้านปฏิบัติการขนส่ง: ส่วนที่แตะสินค้าของคุณ
ทั้งแปดข้อในด้านนี้เป็น "ต้อง"
| ขอดู | สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ |
|---|---|
| เส้นทางตั้งแต่รับออเดอร์ถึงส่งมอบ (2.1, 2.2) | ขั้นตอนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่รับคำสั่งขนส่งถึงส่งมอบสินค้า ระบุผู้รับผิดชอบทุกขั้น สำหรับลูกค้าแต่ละประเภท และมีคู่มือที่ตรงกัน ให้พนักงานทำเหมือนกันทุกคนทุกครั้ง |
| การวางแผนเส้นทาง (2.3) | บัญชีเส้นทางที่ระบุจุดเสี่ยงและจุดอันตราย และจุดพักรถที่ปลอดภัยและไม่รบกวนชุมชนข้างเคียง |
| บันทึกรายเที่ยว (2.4) | คนขับ ทะเบียนรถ เวลาเดินทาง เวลารับ-ส่งสินค้า ใบรายงานการขนส่ง (trip report) ก็ใช้ได้ |
| การทบทวนผล (2.5) | เก็บผลรายเที่ยวและข้อผิดพลาด เช่น จำนวนเที่ยวที่ล่าช้า ที่ผิดพลาด แล้ววิเคราะห์หาสาเหตุอย่างต่อเนื่อง |
| ความเร็วและพฤติกรรมการขับ (2.6) | มาตรการควบคุม เช่น GPS และวิธีกำกับดูแล |
| เหตุฉุกเฉิน (2.7) | ขั้นตอนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แจ้งใคร (บริษัทประกันภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ) ช่วยผู้บาดเจ็บอย่างไร มีเอกสารพร้อมเบอร์โทรประจำรถทุกคัน และซักซ้อมเป็นประจำ |
| บันทึกอุบัติเหตุ (2.8) | บันทึกทุกเหตุ สาเหตุ และการแก้ไข หากไม่เคยเกิด ต้องมีแบบฟอร์มเปล่าพร้อมใช้ |
ข้อ 2.5 มีค่าที่สุดสำหรับคุณ ผู้ขนส่งที่นับเที่ยวล่าช้าและเที่ยวที่ผิดพลาดแยกตามสาเหตุ บอกคุณได้ว่าเดือนที่แล้วพลาดเพราะอะไร ผู้ที่ไม่นับทำได้เพียงขอโทษ คำถามห้าข้อที่ควรติดตามจากผู้ขนส่ง คือตัวเลขที่ควรขอ
ด้านพนักงาน: ใครขับ
| ขอดู | สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ |
|---|---|
| การรับสมัครและแฟ้มประวัติ (3.1, 3.5) | ขั้นตอนรับสมัคร หรือหากไม่มี ก็ดูจากแฟ้มประวัติที่แสดงขั้นตอนนั้น แฟ้มประวัติรายคนและบัญชีรายชื่อคนขับที่เป็นปัจจุบัน |
| กฎระเบียบการทำงาน (3.2) | กฎของทุกตำแหน่ง ครอบคลุมเวลาทำงาน เวลาพัก วันหยุดประจำปี และบทลงโทษ พนักงานรับทราบ |
| การอบรม (3.3) | แผนอบรมอย่างน้อย 2 หลักสูตรต่อปี คือ การขับขี่อย่างปลอดภัย และการตรวจสภาพและบำรุงรักษารถเบื้องต้น มีหลักฐาน เช่น รูปถ่าย รายชื่อผู้เข้าอบรม หรือประวัติอบรมรายคน |
| สุขภาพ (3.6) | ตรวจสุขภาพประจำปีตามรายการและความถี่ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ในการตรวจครั้งแรกต้องแสดงว่าคนขับอย่างน้อยร้อยละ 30 ตรวจแล้ว |
| ชั่วโมงการทำงาน (3.7) | แผนการทำงานของคนขับแต่ละคน หรือมาตรการตรวจว่าไม่ขับต่อเนื่องเกินที่กฎหมายกำหนด และมั่นใจว่าได้พักผ่อนเพียงพอ |
| แอลกอฮอล์ (3.8) | ตรวจด้วยเครื่องวัดที่ได้มาตรฐาน มีบันทึกผลและบทลงโทษ คู่มือเพิ่มเติมว่าควรตรวจทุกครั้งก่อนออกเดินทาง |
| สารเสพติด (3.9) | สุ่มตรวจเป็นประจำ หรือตรวจเลือดในการตรวจสุขภาพประจำปี และมีบทลงโทษ |
ข้อ 3.7 ถามว่าผู้ขนส่งตรวจชั่วโมงขับรถหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละคำถามกับว่ามีกฎเรื่องนี้อยู่หรือเปล่า
ข้อแนะนำ ("ควร") หนึ่งข้อที่ดูง่ายและไม่เสียเงิน คือกฎเข้มงวดห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอดนานๆ (3.10)
ด้านยานพาหนะ: บันทึกสามอย่างต่อรถหนึ่งคัน
| ขอดู | สิ่งที่ผู้ตรวจยอมรับ |
|---|---|
| เชื้อเพลิง (4.1) | บันทึกการจ่ายน้ำมันรายคัน วิเคราะห์ประสิทธิภาพและปรับปรุงต่อเนื่อง หากจ่ายเหมาเป็นก้อน ให้เทียบกับระยะทางขนส่ง และแสดงว่าได้คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง |
| ความพร้อมและการบำรุงรักษา (4.2) | ตรวจความพร้อมรถทุกวันก่อนออกเดินทาง มีแผนตรวจสภาพและบำรุงรักษาตามเวลาหรือระยะทาง (ตัวอย่างในคู่มือคือเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตร) และเก็บผลรายคัน |
| ประวัติซ่อม (4.3) | ประวัติการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถรายคัน |
การตรวจสภาพประจำปีเป็นเพียงภาพนิ่งหนึ่งวัน ดังที่อธิบายใน ผู้ขนส่งบำรุงรักษารถจริงหรือไม่ บันทึกสามอย่างนี้แสดงวันที่อยู่ระหว่างการตรวจ
ด้านลูกค้าและภายนอก
- ข้อมูลลูกค้า (5.1 ต้อง) รายชื่อ เบอร์ติดต่อ และประวัติการใช้บริการ
- วัดความพึงพอใจและนำมาใช้ (5.2 ต้อง) วิเคราะห์ผลและนำไปปรับปรุงการทำงาน
- ข้อแนะนำ (5.3 ถึง 5.5) ช่องทางรับข้อเสนอแนะ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของลูกค้า และการประชุมกับลูกค้าเป็นประจำ
วิธีไปดู
- เริ่มจากเอกสาร ขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งก่อน แล้วขอใบรับรอง Q Mark หากมี เว็บไซต์ของกรมมีทำเนียบผู้ได้รับการรับรอง พร้อมเลขที่ใบรับรอง ประเภท และวันสิ้นสุด
- เลือกหนึ่งเที่ยวแล้วไล่ตามบันทึก ขอใบรายงานเที่ยว บันทึกตรวจรถประจำวัน บันทึกน้ำมัน และแฟ้มคนขับของเที่ยวหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว เที่ยวจริงหนึ่งเที่ยวทดสอบได้มากกว่าแฟ้มนโยบายทั้งเล่ม
- ถามคนที่ทำงานจริง ไม่ใช่ผู้จัดการ วิธีของคู่มือเองคือสัมภาษณ์คนขับและพนักงานออฟฟิศ ถ้าขั้นตอนที่เขียนไว้บอกอย่างหนึ่ง แต่พนักงานจัดรถเล่าอีกอย่าง ก็ได้คำตอบแล้ว
- ให้คะแนนแต่ละข้อสามแบบ เห็นหลักฐาน ได้ยินแต่คำบอกเล่า หรือไม่มี "ได้ยินแต่คำบอกเล่า" พบบ่อยและเป็นแบบที่ต้องจด
- ให้น้ำหนักตามสินค้าของคุณ สำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่ ข้อสำคัญคือ 1.5, 2.1, 2.5, 2.7, 2.8 และ 4.2
สิ่งที่ควรเขียนลงสัญญา
- ระบุบันทึกที่คุณขอดูได้ ข้อสัญญาให้สิทธิตรวจใบรายงานเที่ยว บันทึกอุบัติเหตุ และประวัติการบำรุงรักษารถ โดยแจ้งล่วงหน้าตามสมควร
- ขอสถิติข้อยกเว้นทุกเดือน เที่ยวล่าช้าและเที่ยวที่ล้มเหลวแยกตามสาเหตุ (ข้อ 2.5) ผู้ขนส่งที่เก็บอยู่แล้วส่งให้ได้โดยแทบไม่มีต้นทุน
- ขอแผ่นเหตุฉุกเฉิน ฉบับที่เก็บประจำรถ พร้อมเบอร์โทร และตรวจว่าเป็นปัจจุบัน
- ข้อ "ต้อง" ที่ขาด ให้เป็นงานที่มีกำหนดวัน สำหรับผู้ขนส่งที่คุณอยากใช้ ตกลงวันที่แก้ไข แทนที่จะเดินจากไป
หลักฐานหยุดอยู่ตรงไหน
บทความนี้ใช้คู่มือของกรมสำหรับสิ่งที่ควรขอดู และบทว่าด้วยการจ้างงานภายนอกของตำราสำหรับแนวคิดการไปเยี่ยมชม ไม่พบงานวิจัยไทยที่วัดว่าผู้ขนส่งที่ได้รับการรับรองส่งตรงเวลาดีกว่าหรืออุบัติเหตุน้อยกว่าหรือไม่ คู่มือจึงเป็นแนวทางถามคำถามที่ถูกต้อง ไม่ใช่หลักฐานว่าผลงานดีกว่า ตัวเลข 458 และ 40,900 มาจากสองหน้าที่ไม่ระบุวันที่ สัดส่วนหนึ่งในเก้าสิบจึงเป็นค่าประมาณ บทความนี้ไม่อ้างบทบัญญัติของกฎหมายไทย จึงไม่มีตัวบทที่ต้องตรวจสอบ
