VWTVWT
← บทความทั้งหมด

รู้ได้อย่างไรว่าผู้ขนส่งดูแลรถบรรทุกจริง

เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2569 · อ่าน 2 นาที

จากโต๊ะทำงานคุณมองไม่เห็นอู่ซ่อมของผู้ขนส่ง และประโยค "รถของเราดูแลดี" ไม่มีต้นทุนอะไรให้พูด สิ่งที่คุณมองเห็นได้คือการตรวจสภาพของรัฐ ซึ่งรถทุกคันที่อยู่ใต้ใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องผ่านเพื่อจดทะเบียนและต่ออายุ

มันเป็นการทดสอบจริงที่มีตัวเลขกำกับ แต่ก็เป็นภาพถ่ายเพียงภาพเดียวปีละครั้ง เมื่อรู้ว่ามันวัดอะไรบ้างอย่างแน่ชัด คุณก็รู้ว่าต้องตรวจอะไรเพิ่มเอง และนั่นคือเนื้อหาทั้งหมดของบทความนี้

กฎหมายกำหนดอะไรกับรถรับจ้าง

มีสี่มาตราในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกที่เกี่ยวข้องโดยตรง

  • มาตรา 71 รถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กฎกระทรวงกำหนด และต้องจดทะเบียนและเสียภาษีแล้ว
  • มาตรา 72 รถต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนจดทะเบียนและเสียภาษี ผู้ตรวจคือพนักงานตรวจสภาพของกรมหรือสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาต และเมื่อผ่านจะได้ใบรับรอง
  • มาตรา 77 หนังสือแสดงการจดทะเบียนใช้ได้สี่งวด คือไตรมาสที่เริ่มเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม รวมเป็นหนึ่งปี และให้นำมาตรา 71 ถึง 73 มาใช้กับการต่ออายุอีกครั้ง การต่ออายุจึงหมายถึงการตรวจสภาพใหม่
  • มาตรา 83 และ 84 ผู้ตรวจการที่พบรถสภาพไม่มั่นคงต้องรายงาน หากการใช้รถต่อไปน่าจะเกิดภยันตรายอย่างชัดแจ้ง ผู้ตรวจการสั่งระงับใช้ชั่วคราวได้และต้องรายงานภายใน 24 ชั่วโมง นายทะเบียนสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตส่งรถไปตรวจและงดใช้จนกว่าจะอนุญาตได้

ค่าเริ่มต้นจึงคือตรวจหนึ่งครั้งต่อปี ที่สำนักงานขนส่ง สาขา หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชนที่ได้รับอนุญาตแห่งใดก็ได้ และคู่มือบริการของกรมระบุเวลาราว 30 นาทีไม่รวมเวลารอคอย

มีข้อจำกัดหนึ่งของค่าเริ่มต้นนี้ มาตรา 72 ให้กฎกระทรวงยกเว้นรถบางประเภทจากการตรวจเป็นครั้งคราวได้ บทความนี้อ่านรายการยกเว้นนั้นไม่ได้ จึงอย่าเพิ่งสรุปว่ารถทุกคันในงานของคุณผ่านการตรวจในปีนี้ ให้ขอดูใบรับรอง และมาตรา 83 ก็มีข้อจำกัดของตัวเอง คือต้องมีผู้ตรวจการได้เห็นรถคันนั้นจริง

การตรวจสภาพวัดอะไรบ้าง

คู่มือการปฏิบัติงานของกรมกำหนดเกณฑ์ผ่านสำหรับรถบรรทุกไว้ ข้อที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษามีดังนี้

รายการตรวจ เกณฑ์ผ่าน
ห้ามล้อเท้า ทุกล้อรวมกัน แรงห้ามล้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของน้ำหนักรถ
ห้ามล้อเท้า เทียบซ้ายกับขวา ผลต่างไม่เกินร้อยละ 25 ของด้านที่แรงกว่าในเพลานั้น
ห้ามล้อมือ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนักรถ
รถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง แรงห้ามล้อรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของน้ำหนักลงเพลา ในรถหัวลากกับรถพ่วงจะปลดสายลม และห้ามล้อต้องล็อกทันทีจนรถพ่วงไม่เคลื่อนที่
เครื่องวัดความดันลมหรือสัญญาณเตือน ต้องทำงาน
ยาง ดอกยางลึกไม่น้อยกว่า 1.6 มม. ไม่มีรอยฉีกขาดยาวเกิน 20 มม. ที่ลึกถึงชั้นผ้าใบ ไม่มีรอยบวมนูน
ล้อ ไม่แตกร้าวหรือคดงอ น็อตล้อไม่หลุดหลวมหรือสูญหาย
ศูนย์ล้อหน้า เบี่ยงเบนไม่เกิน 5 เมตรต่อกิโลเมตรทั้งสองด้านบนเครื่องทดสอบศูนย์ล้อ
การเชื่อมต่อ GPS ตรวจว่าเชื่อมต่อได้ในรถที่ต้องติดเครื่องบันทึก

ตัวอย่างคำนวณเกณฑ์เบรก รถที่มีน้ำหนักรถตามทะเบียน 6,000 กก. ต้องมีแรงห้ามล้อเท้ารวมไม่น้อยกว่า 3,000 กก. สมมติล้อหน้าให้แรง 900 และ 650 ผลต่างคือ 250 ซึ่งเท่ากับร้อยละ 27.8 ของล้อที่แรงกว่า จึงไม่ผ่านแม้ยอดรวมจะพอ ถ้าเป็น 900 กับ 700 ผลต่าง 200 หรือร้อยละ 22.2 ก็ผ่าน รถที่ดึงเข้าข้างเวลาเบรกคือสิ่งที่เกณฑ์ข้อนี้สร้างมาเพื่อจับ

รถที่ไม่ผ่านไม่ได้ถูกไล่กลับเฉยๆ แต่จะได้ใบรับรองที่พิมพ์รายการข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข และดำเนินการต่อเมื่อแก้เสร็จ การไม่ผ่านจึงเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญคือผู้ขนส่งแก้แล้วและเก็บบันทึกไว้หรือไม่

การตรวจสภาพบอกอะไรคุณไม่ได้

  • ตรวจปีละวันเดียว รถอาจผ่านในเดือนมกราคมด้วยยางที่ใกล้เส้น 1.6 มม. แล้วสึกเกินเส้นภายในไม่กี่สัปดาห์ การตรวจตามกำหนดครั้งต่อไปอยู่ห่างออกไปหนึ่งปี
  • ตรวจสภาพ ไม่ใช่ประวัติ ไม่มีข้อใดในรายการนั้นถามว่าเปลี่ยนอะไรไปเมื่อไรและเพราะอะไร รถสองคันที่ผ่านเหมือนกันอาจมีประวัติซ่อมต่างกันมาก
  • ขึ้นกับประเภทการจดทะเบียน หน้าชำระภาษีออนไลน์ของกรมกำหนดให้รถบรรทุกส่วนบุคคลต้องผ่านการตรวจก่อนเสียภาษีเมื่อมีอายุเกิน 7 ปีนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก ผู้ขนส่งที่ขนสินค้าของคุณด้วยรถที่จดเป็นรถส่วนบุคคลก็อยู่นอกใบอนุญาตอยู่แล้ว วิธีเช็กอยู่ใน วิธีตรวจว่าผู้ขนส่งไทยได้รับใบอนุญาตถูกต้อง
  • รายการยกเว้นยังไม่ได้อ่าน ดูข้างต้น

สถิติอุบัติเหตุบอกอะไร

กระทรวงคมนาคมนับอุบัติเหตุ 22,139 ครั้งในปี 2566 ที่รายงานจากกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และบันทึกมูลเหตุสันนิษฐานหลักของแต่ละครั้ง

มูลเหตุสันนิษฐานหลัก จำนวนครั้ง สัดส่วน
ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด 15,118 ร้อยละ 68.29
ยางเสื่อมสภาพหรือยางแตก 555 ร้อยละ 2.51
ระบบห้ามล้อขัดข้อง 117 ร้อยละ 0.53
อุปกรณ์ยานพาหนะบกพร่อง 116 ร้อยละ 0.52
ระบบไฟฟ้าของยานพาหนะขัดข้อง 20 ร้อยละ 0.09
สภาพรถ รวมสี่บรรทัดสุดท้าย 808 ร้อยละ 3.65

อ่านได้สามข้อ ไม่มีข้อไหนถูกใจคนขายงานบำรุงรักษา แต่ใช้ประโยชน์ได้ทุกข้อ

  • สภาพรถเป็นสาเหตุอุบัติเหตุส่วนน้อย 808 จาก 22,139 คือราวหนึ่งใน 27 ความเร็วมากกว่า 18.7 เท่า การบำรุงรักษาไม่ใช่คันโยกด้านความปลอดภัยหลัก ผู้ขนส่งที่พูดถึงมันราวกับเป็นคันโยกหลักกำลังเปลี่ยนเรื่อง
  • ในส่วนน้อยนั้น ยางครองสัดส่วน 555 จาก 808 คือร้อยละ 68.7 และยางเป็นสาเหตุบ่อยกว่าเบรกชำรุด 4.7 เท่า ถ้าจะตรวจที่หน้าลานเพียงอย่างเดียว ให้ตรวจยาง
  • นี่นับอุบัติเหตุ ไม่ใช่รถเสีย ตัวเลขครอบคลุมรถทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะรถบรรทุก และไม่บอกว่ารถที่ดูแลไม่ดีเสียจนมาไม่ถึงบ่อยแค่ไหน ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ส่งสินค้ารู้สึกก่อน

การตรวจแบบสมัครใจ Q Mark

กรมการขนส่งทางบกมีมาตรฐานคุณภาพสำหรับผู้ประกอบการรถบรรทุกชื่อ Q Mark หนึ่งในห้าด้านคือยานพาหนะ ซึ่งอธิบายว่ารถต้องสมบูรณ์ ตรวจเช็กตามระยะ และติดตั้ง GPS กับอุปกรณ์ความปลอดภัยครบ ที่ต่างจากการตรวจประจำปีคือหน่วยตรวจอิสระเข้าตรวจที่สถานประกอบการจริง

หน้าของกรมนับผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางที่ได้ 458 ราย รถรวม 63,675 คัน เฉลี่ยรายละราว 139 คัน มาตรฐานนี้สมัครใจและเป็นเหรียญของรายที่มีรถจำนวนมาก การมีเป็นสัญญาณที่ดี การไม่มีบอกอะไรน้อย ดังที่กล่าวไว้ในบทความเรื่องใบอนุญาตข้างต้น

ตรวจเองสองนาทีที่หน้าลานของคุณ

ไม่ต้องมีอู่ก็ใช้เกณฑ์ผ่านของรัฐตรวจเองได้ เมื่อรถมาถึง ก่อนขึ้นสินค้า

  1. เทียบป้ายทะเบียนและเครื่องหมายผู้ประกอบการ กับรายการรถที่ผู้ขนส่งส่งให้
  2. ดูยางทุกเส้น ดอกยางเกิน 1.6 มม. (ใช้เกจวัดดอกยางก็ชัดเจน) ไม่บวม ไม่ฉีกลึก
  3. ดูน็อตล้อ ไม่ขาด ไม่หลวมให้เห็น
  4. เช็กว่าไฟทำงาน
  5. ขอดูใบรับรองผลการตรวจสภาพล่าสุด หรือหน้าหนังสือแสดงการจดทะเบียน ของรถคันนั้น

ทำกับงานแรกของผู้ขนส่งรายใหม่ และสุ่มหนึ่งในสิบหลังจากนั้น ผู้ขนส่งที่รถผ่านทุกครั้งกำลังแสดงสิ่งที่คำสัญญาใดแสดงไม่ได้

ขอครั้งเดียวและเก็บไว้ในแฟ้ม

สำหรับรถทุกคันที่จะวิ่งงานของคุณ

  • วันที่ผ่านการตรวจสภาพครั้งล่าสุด และวันที่ทะเบียนต้องต่ออายุครั้งต่อไป จดวันต่ออายุลงปฏิทิน
  • ประวัติซ่อมบำรุงตามเลขทะเบียน วันที่ซ่อมเบรกครั้งล่าสุดและวันที่เปลี่ยนยางครั้งล่าสุดก็พอ ผู้ขนส่งที่ให้สองวันที่ของรถคันหนึ่งไม่ได้ ได้บอกอะไรคุณแล้ว
  • สถานที่เก็บและซ่อมรถ แฟ้มใบอนุญาตระบุสถานที่นั้นไว้ ดังที่กล่าวในบทความเรื่องใบอนุญาตข้างต้น ขอดูได้
  • บันทึกรถเสียสั้นๆ ของเส้นทางคุณ เพราะรายงานอุบัติเหตุให้ข้อมูลนี้ไม่ได้

แล้วเขียนลงในสัญญา ข้อสั้นๆ ว่ารถที่วิ่งงานของคุณต้องผ่านการตรวจสภาพที่ยังไม่หมดอายุ แสดงใบรับรองได้เมื่อขอ และคุณปฏิเสธรถที่ไม่ผ่านการตรวจที่หน้าลานได้ โดยผู้ขนส่งต้องเปลี่ยนคันใหม่ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง เป็นหนึ่งในข้อที่อยู่ใน สัญญาขนส่งสินค้าทางถนนควรมีข้อความอะไรบ้าง นอกจากนี้การตรวจสภาพยังตรวจว่าเครื่องบันทึกเชื่อมต่ออยู่ในรถที่ต้องติด และเครื่องนั้นบอกอะไรได้หรือไม่ได้อยู่ใน GPS บนรถบรรทุกบอกอะไรคุณได้บ้าง

แต่ละการตรวจพิสูจน์อะไร

การตรวจ พิสูจน์ได้ พิสูจน์ไม่ได้
ใบรับรองผ่านการตรวจลงวันที่ปีนี้ รถผ่านเกณฑ์ในวันเดียว ว่ายังผ่านอยู่
วันต่อทะเบียนยังไม่ถึง ทะเบียนยังไม่ขาด ว่ารถถูกตรวจ หากประเภทนั้นได้รับยกเว้น
ประวัติซ่อมตามเลขทะเบียน มีการซ่อมและบันทึกไว้ ว่าซ่อมถูกจุด
ตรวจยางและน็อตที่หน้าลาน สภาพที่เห็นได้วันนี้ อะไรก็ตามที่อยู่ในระบบเบรก
Q Mark หน่วยงานภายนอกเคยเห็นการทำงาน ว่ารถทุกคันในงานของคุณอยู่ในกลุ่มที่ถูกตรวจ
บันทึกรถเสีย รถเสียบ่อยแค่ไหนในเส้นทางคุณ เพราะอะไร

สัปดาห์นี้ควรทำอะไร

  1. ขอใบรับรองผลการตรวจสภาพล่าสุดจากผู้ขนส่งทุกราย สำหรับรถทุกคันในงานของคุณ พร้อมวันที่
  2. ใส่วันต่อทะเบียนของรถแต่ละคันลงปฏิทิน
  3. ขอประวัติซ่อมตามเลขทะเบียน อย่างน้อยวันที่ซ่อมเบรกและเปลี่ยนยางครั้งล่าสุด
  4. ซื้อเกจวัดดอกยาง แล้ววางไว้ที่หน้าลาน
  5. ทำการตรวจสองนาทีที่หน้าลาน เมื่อรถของผู้ขนส่งแต่ละรายมาถึงครั้งถัดไป
  6. เริ่มบันทึกรถเสีย ของเส้นทางคุณเอง เพราะไม่มีใครให้ข้อมูลนี้แก่คุณ
  7. เพิ่มข้อสัญญาเรื่องการตรวจสภาพและการปฏิเสธรถ ในการต่อสัญญาครั้งถัดไป