VWTVWT
← บทความทั้งหมด

ตัวถังรถบรรทุกแบบเปิดหรือปิด: ฝนกับการเลือก

เผยแพร่เมื่อ 20 ตุลาคม 2569 · อ่าน 2 นาที

ตัวถังรถเลือกครั้งเดียวแต่ต้องใช้ทุกเที่ยว ตู้ทึบ ตัวถังผ้าม่านข้างหลังคาแข็ง และกระบะเปิดคลุมผ้าใบ บรรทุกพาเลทชุดเดียวกันได้หมด แต่เมื่อเจอฝนบ่ายวันหนึ่งในเดือนกันยายน ผลต่างกันมาก

บทความนี้พูดถึงเรื่องเดียวในการเลือกตัวถัง คือฝน ฤดูฝนของไทยยาวและมีตัวเลขเผยแพร่ จึงวางแผนล่วงหน้าได้ ไม่ต้องไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

คำตอบสั้น

  • ฝนไม่ใช่เรื่องหายาก กรุงเทพฯ ฝนตกเฉลี่ย 128 วันต่อปี เดือนกันยายนตก 21 วันจาก 30 วัน
  • ฤดูฝนไม่ตรงกันทั้งประเทศ ภาคใต้ฝนสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน ไม่ใช่กันยายน
  • เลือกตัวถังให้ตรงกับสินค้า สินค้าที่เสียหายเมื่อโดนน้ำ หรือล่อตาโจร ควรอยู่ในตัวถังปิด เหล็ก ไม้ และวัสดุเทกอง ขนแบบเปิดได้
  • ตัวถังเปิดเสียเวลาและเสี่ยง การผูกเชือกและคลุมผ้าใบต้องใช้ฝีมือและช้า นาทีที่เสียไปเป็นต้นทุนทุกเที่ยว
  • กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดว่าใครรับความเสียหายจากฝน ใบจองเป็นตัวกำหนด จึงควรเขียนประเภทตัวถังลงไป

ตัวถังแต่ละแบบทำอะไรได้

ส่วนนี้ตามบทเรื่องการเลือกยานพาหนะในตำรา

ตัวถัง ข้อดี สิ่งที่ต้องจ่าย
ตู้ทึบ กันทุกสภาพอากาศและลดการขโมย เพราะปิดมิดและล็อกได้ เหมาะกับพาเลทที่ใช้โฟล์คลิฟต์ยกเข้าทางท้าย เข้าทางข้างได้จำกัด โหลดจากด้านบนไม่ได้
ผ้าม่านข้าง หลังคาแข็ง เข้าถึงสินค้าทางข้างได้ และไม่ต้องผูกเชือกคลุมผ้าใบ กันสภาพอากาศและโหลดทางข้างได้ ด้านข้างเป็นผ้า เจาะเข้าได้ง่ายกว่าตู้ล็อก จึงกันขโมยได้น้อยกว่า
กระบะเปิด (พื้นเรียบ) ขนของรูปร่างใดก็ได้ โหลดได้ทุกทิศ รวมถึงใช้เครนยกจากด้านบน เหมาะกับสินค้าที่ฝนทำอะไรไม่ได้ สินค้าส่วนใหญ่ต้องผูกเชือกและคลุมผ้าใบ ซึ่งตำราว่าต้องใช้ฝีมือและเสียเวลา ถ้าผ้าใบหลุดก็ไม่มีอะไรป้องกัน
ผ้าใบคลุมโครง (tilt) คลุมสินค้าได้โดยไม่ต้องใช้ผ้าผืนหลวม การรื้อโครงเพื่อโหลดจากด้านบนหรือด้านข้างช้า ช้ากว่าตัวถังผ้าม่านข้าง
ดั๊มพ์ เทวัสดุเทกอง เช่น ทราย กรวด ธัญพืช ปูนซีเมนต์ ใช้ได้เฉพาะวัสดุเทกอง อาจต้องมีผ้าคลุม

ตำรามีสองประเด็นที่เกี่ยวกับฝน

  • ตู้ปิดและผ้าม่านข้างเกิดมาจากพาเลท พาเลทและโฟล์คลิฟต์ทำให้ตัวถังปิดนิยมในงานขนส่งระยะไกล ถ้าสินค้าของคุณขนบนพาเลท มักเหลือสองแบบนี้
  • สินค้ามีค่าไม่ได้มีแค่ของที่เห็นชัด รถเต็มคันของสินค้าอุปโภคบริโภคธรรมดาก็คือสินค้ามูลค่าสูง ตัวถังเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัย

เรื่องความสูง ประตู และลิฟต์ท้ายรถ ดูที่ การเลือกขนาดรถบรรทุก

ตัวเลขฝนบอกอะไร

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่ค่าเฉลี่ย 30 ปี สำหรับปี 2534 ถึง 2563 ตารางด้านล่างคือจำนวนวันฝนตกเฉลี่ยต่อปีที่ 6 สถานี

สถานี วันฝนตกต่อปี เดือนที่ฝนมากที่สุด จำนวนวันในเดือนนั้น
แหลมฉบัง (2535-2563) 100.6 กันยายน 16.7
ขอนแก่น 108.5 กันยายน 18.4
เชียงใหม่ 118.5 สิงหาคม 20.9
กรุงเทพมหานคร 128.3 กันยายน 21.4
สงขลา 159.3 พฤศจิกายน 23.1
สนามบินหาดใหญ่ 162.6 พฤศจิกายน 21.1

สรุปได้สามข้อ

  • กรุงเทพฯ ในฤดูฝน ฝนเกือบทุกวัน พฤษภาคมถึงตุลาคม ตกเดือนละ 15.0, 16.4, 17.2, 19.1, 21.4 และ 17.0 วัน รวม 106.1 วันจาก 128.3 วันทั้งปี หรือ 83% ของวันฝนตกทั้งปีอยู่ใน 6 เดือน ส่วนพฤศจิกายนถึงเมษายนรวม 22.2 วัน
  • กระบะคลุมผ้าใบในเดือนกันยายนบนเส้นทางกรุงเทพฯ เจอฝนราว 7 วันจาก 10 21.4 หาร 30 ได้ 71% ใช้เป็นแนวทางเท่านั้น เพราะสถานีนับวันฝนตกที่จุดเดียว ส่วนรถวิ่งผ่านหลายจุด
  • ภาคใต้ใช้ปฏิทินอีกแบบ สงขลาและหาดใหญ่ฝนสูงสุดเดือนพฤศจิกายน ที่ 23.1 และ 21.1 วัน ขณะที่ส่วนอื่นของประเทศเริ่มแห้ง เส้นทางลงใต้ต้องป้องกันฝนช้ากว่าเส้นทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันฝนตกไม่ได้แปลว่าทุกอย่างเปียกหมด แต่บอกว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่การเลือกตัวถังต้องดู

กฎหมายว่าอย่างไร และไม่ได้ว่าอะไร

พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 20 ผู้ขับขี่ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้สิ่งที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ ในกรณีที่อาจก่อเหตุเดือดร้อน ทำให้ทางสกปรก เสื่อมเสียสุขภาพ หรือเป็นอันตรายแก่คนและทรัพย์สิน เมื่ออ่านตัวบทภาษาไทย มาตรานี้ว่าด้วยถนนและบุคคลอื่น ไม่ได้บอกว่าสินค้าต้องถึงมือแห้ง ผ้าใบที่กันของปลิวก็ทำตามมาตรานี้แล้ว แม้ของข้างในจะเปียก ดูเพิ่มที่ การยึดสินค้าบนรถบรรทุก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616 ผู้ขนส่งต้องรับผิดต่อการสูญหาย บุบสลาย หรือส่งมอบชักช้า เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย สภาพแห่งของนั้นเอง หรือความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง ความเสียหายจากฝนจะถูกยกขึ้นต่อสู้ภายใต้ข้อใดข้อหนึ่ง บทความนี้ไม่ได้ทำนายว่าศาลจะตัดสินเรื่องฝนตามฤดูกาลอย่างไร สิ่งที่คุณควบคุมได้คือข้อเท็จจริงก่อนถึงขั้นนั้น

  • จองตัวถังโดยระบุชื่อ ถ้าคุณขอตัวถังปิดแต่รถมาแบบเปิด ข้อต่อสู้ของคุณง่าย แต่ถ้าจองแค่ "รถหกล้อ" ทั้งที่สินค้ากลัวฝน ให้เตรียมรับการโต้แย้งยาวว่าใครต้องบอก
  • ใครจ่าย อ่านต่อที่ ใครรับผิดเมื่อสินค้าเสียหาย บทความนั้นพูดถึงข้อต่อสู้อื่นและอายุความ

หลักการเลือก

ถามสี่ข้อตามลำดับนี้

  1. น้ำทำร้ายสินค้าไหม กระดาษ ลังกระดาษ ถุงปูน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และสิ่งทอเสียหาย เหล็กเส้น ไม้ อิฐ และหินส่วนใหญ่ไม่เป็นไร ถ้าน้ำทำร้ายสินค้า ต้องมีหลังคาที่ไม่ต้องสร้างด้วยผ้าใบ
  2. โหลดอย่างไร โฟล์คลิฟต์เข้าทางท้ายเหมาะกับตู้ปิด โหลดทางข้างเหมาะกับผ้าม่านข้าง โหลดจากด้านบนด้วยเครนต้องใช้กระบะเปิดหรือดั๊มพ์
  3. ล่อตาแค่ไหน สินค้าอุปโภคบริโภคเต็มคันเสี่ยงถูกขโมย ตู้ล็อกดีกว่าผ้าม่าน
  4. ส่งกี่จุด เส้นทางส่งหลายจุดที่เข้าทางข้างได้ ประหยัดเวลาจัดการทุกจุด ตู้ที่มีประตูท้ายอย่างเดียวทำให้พาเลทที่โหลดทีหลังต้องออกก่อน

ถ้าน้ำไม่ทำร้ายสินค้าและโหลดจากด้านบน ใช้แบบเปิด นอกนั้นใช้ตู้ปิดหรือผ้าม่านข้าง

ต้นทุนเวลาของแบบเปิด

การผูกเชือกและคลุมผ้าใบต้องใช้ฝีมือและช้า ตำราไม่ได้ให้เวลาเป็นนาที และบทความนี้ก็ไม่มี ให้วัดเอง

  • จับเวลาการคลุมผ้าใบหนึ่งครั้งที่ท่าของคุณ ตั้งแต่พาเลทสุดท้ายขึ้นรถจนรถออกตัว แล้ววัดตัวถังผ้าม่านข้างเทียบ
  • คูณ ตัวอย่างสมมุติ ไม่ใช่ตัวเลขของไทย ถ้าการคลุมผ้าใบเพิ่ม 20 นาที และรถโหลด 20 ครั้งต่อเดือน เท่ากับ 400 นาที หรือ 6.7 ชั่วโมงของรถในหนึ่งเดือน ก่อนที่ฝนจะตกเสียอีก
  • เอาชั่วโมงไปใส่ในการเทียบใบเสนอราคา ตัวถังเปิดมักดูถูกกว่าต่อเที่ยว แต่จะถูกจริงหรือไม่ขึ้นกับว่าเพิ่มกี่ชั่วโมง วิธีตั้งเวลาฟรีและคิดค่ารอ ดู ค่ารอรถบรรทุก

สิ่งที่ควรเขียนในใบจอง

  • ประเภทตัวถังโดยระบุชื่อ ตู้ปิด ผ้าม่านข้างหลังคาแข็ง หรือกระบะคลุมผ้าใบ ไม่ใช่แค่จำนวนล้อ
  • สภาพหลังคา ผ้าม่าน หรือผ้าใบ ขอให้ไม่มีรู ไม่ฉีกขาด ดูในตัวถังเปล่าตอนกลางวัน ถ้าเห็นแสงลอดหลังคา น้ำก็ลอดได้
  • พื้นรถ พื้นเปียกหรือเปื้อนน้ำมันทำให้พาเลทชั้นล่างเสีย
  • กฎเรื่องฝนที่ท่าของคุณ ใครตัดสินใจหยุดโหลดเมื่อฝนหนัก และใครจ่ายเมื่อรถต้องรอ ตกลงกันก่อนฝนตก

หลักฐานหยุดอยู่ตรงไหน

ตัวเลขฝนเป็นค่าเฉลี่ย 30 ปีของกรมอุตุนิยมวิทยา ใช้หนึ่งสถานีต่อหนึ่งพื้นที่ ตัวเลขของสถานีไม่ได้บอกทุกถนนใกล้เคียง และรายงานในหน้าที่อ่านไม่ได้นิยามวันฝนตก ไม่พบงานวิจัยของไทยที่เทียบความเสียหายหรือต้นทุนระหว่างตัวถังปิดกับเปิด และสถิติใบอนุญาตของกรมการขนส่งทางบกแยกตามประเภทรถ ไม่ได้แยกตามตัวถัง จึงไม่มีจำนวนรถไทยแยกตามตัวถัง ข้อดีข้อเสียของตัวถังมาจากตำราอังกฤษและใช้เป็นวิธีคิดทั่วไป ตัวอย่างการคำนวณเวลาเป็นภาพประกอบ ข้อกฎหมายสองเรื่องตรวจกับตัวบทภาษาไทยแล้ว คือพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 20 บน Thai Wikisource และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616 จากสองแหล่งที่ตรงกันทุกคำ ไม่พบและไม่ได้อ้างมาตรฐานของไทยเรื่องผ้าใบหรือหลังคารถบรรทุก