กฎหมายไทยสั่งให้ผู้ขับขี่ป้องกันไม่ให้สินค้าตกหล่น แต่ไม่ได้บอกว่าต้องรัดแน่นแค่ไหน ใช้สายรัดกี่เส้น หรือรถเบรกแรงเท่าไรสินค้าจึงจะไม่ขยับ ช่องว่างตรงนี้คือจุดที่สินค้าหลุดจากท้ายรถ บทความนี้สรุปสิ่งที่กฎหมายไทยกำหนดไว้จริง แล้วยืมวิธีที่ทดสอบแล้วมาเติมส่วนที่กฎหมายไม่ได้พูดถึง
คำตอบสั้น
- กฎหมายไทยกำหนดหน้าที่ ไม่ได้กำหนดตัวเลข พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 20 ให้ผู้ขับขี่จัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้สินค้าตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ แต่ไม่ระบุแรง สายรัด หรือจำนวน
- ถูกปรับได้สองฝ่าย ผู้ขับขี่ตามกฎหมายจราจรและกฎหมายขนส่ง และผู้ประกอบการหากรถไม่มีอุปกรณ์ตามกฎกระทรวง ปรับได้ไม่เกิน 50,000 บาท
- ตู้คอนเทนเนอร์มีตัวเลข กรมการขนส่งทางบกแจ้งในปี 2566 ว่าแต่ละตู้ต้องมีอุปกรณ์ยึดอย่างน้อย 4 จุด พร้อมแผ่นแสดงสถานะการล็อก
- สินค้าอื่นให้ใช้มาตรฐานที่ทดสอบแล้ว หน่วยงานกำกับของออสเตรเลียกำหนดให้ระบบยึดรับ 80% ของน้ำหนักสินค้าไปข้างหน้า และ 50% ไปด้านข้างและด้านหลัง ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่เป็นตัวเลขที่เขียนลงสัญญาได้
- การยันสินค้าติดหัวรถที่รับแรงได้ลดสายรัดเหลือหนึ่งในสาม ในตัวอย่างคำนวณของหน่วยงานกำกับเอง
กฎหมายไทยกำหนดอะไร
| บทบัญญัติ | เนื้อหา | ค่าปรับในข้อความที่อ่าน |
|---|---|---|
| พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.20 | ผู้ขับขี่รถบรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของ ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้ตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ อันอาจก่อความเดือดร้อน ทำให้ทางสกปรก เสื่อมเสียสุขภาพ หรือเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน | ไม่เกิน 500 บาท (ม.148 ข้อความเดิม) |
| พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.128 และ ม.129 | ห้ามวางหรือทิ้งเศษแก้ว ตะปู ลวด น้ำมัน กระป๋อง หรือสิ่งอื่นบนทางอันอาจเป็นอันตรายหรือกีดขวาง ผู้ที่รู้ว่าสิ่งดังกล่าวในความดูแลของตนตกหกบนทางต้องเก็บกวาดทันที | ม.129 ไม่เกิน 500 บาท (ม.148 ข้อความเดิม) |
| พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ม.71 | รถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามกฎกระทรวง | ไม่เกิน 50,000 บาท (ม.148) |
| พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ม.102 (4) | ผู้ประจำรถต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการขนส่งตามกฎกระทรวง | ไม่เกิน 5,000 บาท (ม.127) |
สามข้อที่ควรจำ
- 500 บาทคือตัวเลขเดิม พ.ร.บ.จราจรทางบกถูกแก้ไขหลายครั้ง รวมถึงฉบับที่ 13 ปี 2565 และไม่สามารถอ่านมาตรา 148 ฉบับแก้ไขได้ จึงไม่ควรอ้างว่า 500 บาทเป็นค่าปรับปัจจุบัน
- มาตรา 20 ระบุผลที่ต้องป้องกัน ไม่ได้ระบุอุปกรณ์ ตกหล่น รั่ว ส่งกลิ่น สะท้อนแสง และปลิว คือผลที่ต้องไม่เกิด จะใช้ผ้าใบ สายรัด แผงกั้น หรือตัวล็อกตู้ก็ได้
- รายละเอียดอยู่ในกฎกระทรวง ซึ่งยังไม่ได้อ่านในบทความนี้ ทั้งมาตรา 71 และ 102 (4) ส่งรายละเอียดไปที่กฎกระทรวง ผู้ที่ต้องการรายการอุปกรณ์ของรถแต่ละประเภทควรขอเลขที่กฎกระทรวงจากกรมการขนส่งทางบกหรือผู้ขนส่ง
ตู้คอนเทนเนอร์: จุดเดียวที่มีตัวเลขของไทย
หลังมีข่าวตู้ตกจากรถบ่อยครั้ง โฆษกกรมการขนส่งทางบกแจ้งในเดือนตุลาคม 2566 ว่ากรมฯ คาดหวังสิ่งต่อไปนี้
- อุปกรณ์ยึดอย่างน้อย 4 จุดต่อตู้ วางให้กระจายน้ำหนัก
- แผ่นแสดงสถานะการล็อกที่อุปกรณ์แต่ละจุด สีเหลืองหรือขาวเมื่อล็อก สีแดงเมื่อไม่ล็อก
- อุปกรณ์สะท้อนแสงที่มองเห็นตอนกลางคืนในระยะอย่างน้อย 150 เมตร
ข้อความเดียวกันระบุค่าปรับ ผู้ประกอบการไม่เกิน 50,000 บาทตามมาตรา 71 และ 148 ผู้ขับรถที่ไม่ล็อกตู้ไม่เกิน 5,000 บาทตามมาตรา 102 (4) และ 127 ไม่พบประกาศของกรมฯ ฉบับจริง ตัวเลขจึงเป็นไปตามที่มติชนรายงาน
สำหรับผู้ส่งสินค้า การตรวจทำได้ในไม่กี่วินาทีที่ประตู คือต้องเห็นแผ่นสี่แผ่นแสดงสีล็อกครบก่อนรถออกจากโรงงาน
สินค้าอื่น ตัวเลขต้องมาจากที่อื่น
กฎหมายไทยไม่ได้บอกว่าระบบยึดต้องรับแรงเท่าไร หน่วยงานกำกับของออสเตรเลียกำหนดไว้ มาตรฐานที่ระบบยึดต้องรับได้คือ
| ทิศทาง | แรงที่ระบบยึดต้องรับ | เกิดจาก |
|---|---|---|
| ไปข้างหน้า | 80% ของน้ำหนักสินค้า | เบรกแรง |
| ด้านข้าง | 50% ของน้ำหนักสินค้า | เข้าโค้ง |
| ไปด้านหลัง | 50% ของน้ำหนักสินค้า | เร่งออกตัว ถอยหลัง |
| ในแนวขึ้น | 20% ของน้ำหนักสินค้า เฉพาะเมื่อพึ่งแรงเสียดทาน | การกระเด้งขึ้นลง |
สินค้า 10 ตัน หมายถึงแรง 8 ตันไปข้างหน้า และ 5 ตันไปด้านข้าง ในตัวอย่างของคู่มือเอง สายรัดหนึ่งเส้นรับได้ราว 500 กก. ไปข้างหน้าเมื่อสินค้าไม่ได้ยัน จำนวนสายรัดจึงเป็นผลคำนวณ ไม่ใช่ความรู้สึก
กฎนี้เป็นของออสเตรเลีย สร้างสำหรับรถและอุปกรณ์ของออสเตรเลีย ไม่ผูกพันในไทย แต่มีประโยชน์เหมือนมาตรฐานทั่วไป คือเป็นตัวเลขที่สองฝ่ายตกลงกันได้ก่อนรถออก
ตัวอย่างคำนวณของหน่วยงานกำกับ
คู่มือคำนวณหนึ่งกรณี พาเลท 2 ใบต่อแถว ใบละ 700 กก. แถวละ 1,400 กก. พาเลทไม้บนพื้นเหล็กของรถกระบะพื้นเรียบ ซึ่งแรงเสียดทานปานกลาง สายรัดผ้า 50 มม. ขันด้วยวินช์ของรถ มุมสายรัดเกิน 60 องศา
| ตำแหน่งสินค้า | สายรัดต่อแถว | เหตุผล |
|---|---|---|
| ยันติดหัวรถที่รับแรงได้ (ช่องว่างรวมไม่เกิน 200 มม.) | 1 | สายรัดหนึ่งเส้นรับได้ 2,000 กก. มากกว่าแถวละ 1,400 กก. |
| ไม่ได้ยัน | 3 | สามเส้นรับได้ 1,500 กก. เกินแถวเล็กน้อย |
สองบทเรียน
- การยันคือวิธีแก้ที่ถูกที่สุด ห้าแถวที่ไม่ยันต้องใช้ 15 เส้น ห้าแถวที่ยันใช้ 5 เส้น คู่มือย้ำว่าทุกแถวรับแรงไปข้างหน้า ไม่ใช่เฉพาะแถวหน้า จึงต้องคำนวณทีละแถว
- ถ้าไม่ยัน สายรัดต้องรับแรงไปข้างหน้า 80% เต็มจำนวน จำนวนสายรัดจึงเพิ่มเป็นสามเท่า
สี่เรื่องที่ทำให้การคำนวณพังเงียบ ๆ
- แรงเสียดทานคือจุดที่ต่ำที่สุดในสินค้า ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย คู่มือบอกให้ออกแบบตามค่าต่ำสุด น้ำมัน น้ำ ฝุ่น และทรายลดแรงเสียดทานลงมาก แผ่นยางกันลื่นมักให้ค่าสถิตสูงกว่า 0.6 แต่พื้นผิวที่เปื้อนฝุ่นหรือน้ำมันอาจลดลง
- พื้นที่สัมผัสที่มากขึ้นไม่เพิ่มแรงเสียดทาน พาเลทกว้างไม่ฝืดกว่าพาเลทแคบ
- สินค้าสูงพลิกก่อนไถล สินค้าพลิกไปข้างหน้าถ้าความยาวฐานน้อยกว่า 80% ของความสูง และพลิกไปด้านข้างถ้าความกว้างน้อยกว่า 50% ของความสูง
- สายผ้าและเชือกยืดและหย่อน ต้องตรวจบ่อยระหว่างทาง ไม่ใช่เฉพาะที่ประตูโรงงาน
สิ่งที่ควรเขียนลงเอกสาร
- ระบุสินค้าเป็นตัวเลขในใบสั่งงานขนส่ง น้ำหนักต่อแถว ยันได้หรือไม่ และพื้นผิวที่วางอยู่
- ถามผู้ขนส่งว่าใช้สายรัดกี่เส้นต่อแถว และพิกัดรับแรงเท่าไร คู่มือระบุว่าไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่ไม่มีพิกัด
- ยันสินค้า ขนสินค้าชิดหัวรถให้ช่องว่างรวมน้อย พาเลทที่พอดีความกว้างด้านในตามที่อธิบายใน ขนาดพาเลทและความพอดีของรถบรรทุก ช่วยให้มีช่องว่างให้อุดน้อยลง
- ระบุว่าใครเป็นผู้ยึดสินค้า การยึดเป็นหนึ่งในงานห้าอย่างของการขึ้นลงสินค้า และผู้ขับขี่มีหน้าที่ตามกฎหมายแม้สินค้าจะถูกจัดโดยคนอื่น ดู ใครขึ้นสินค้า ใครลงสินค้า
- ให้เวลากับการรัด แถวที่ไม่ยันใช้สายรัดสามเท่า ถ้าคิวโดคตั้งอยู่บนกรณียัน คนขับจะมาสายหรือรัดไม่ครบ
- กำหนดว่าใครเก็บของที่ตก มาตรา 129 ให้ผู้ที่ดูแลสิ่งนั้นเก็บกวาดทันที ตกลงล่วงหน้าว่าใครโทร ใครไปที่เกิดเหตุ
สินค้าที่ถูกกฎหมายตอนปิดประตูและอยู่นิ่งตอนเบรกแรงครั้งแรกคือทั้งหมดของงานนี้ หน้าที่ในมาตรา 20 มีประโยคเดียว มาตรฐานที่ทำให้ตรวจสอบได้มีหนึ่งหน้า และตกลงกันล่วงหน้าได้
