VWTVWT
← บทความทั้งหมด

จุดพีคการขนส่งที่มองเห็นล่วงหน้าได้

เผยแพร่เมื่อ 7 กันยายน 2569 · อ่าน 3 นาที

จุดพีคไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ วันที่ทำให้แผนขนส่งพังส่วนใหญ่มองเห็นได้ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จากข้อมูลที่หน่วยงานมีอยู่แล้ว แต่มันก็ยังพังอยู่ดี เพราะไม่มีใครแปลงมันเป็นจำนวนรถล่วงหน้า

จุดพีคมีสองแบบ และต้องจัดการคนละทาง แบบหนึ่งเขียนอยู่ในปฏิทินและเถียงไม่ได้ อีกแบบหนึ่งบริษัทของคุณสร้างขึ้นเอง มักจะด้วยเป้าการขาย และรื้อได้ การแยกสองอย่างนี้ออกจากกันคือเนื้องานส่วนใหญ่

จุดพีคตามปฏิทินวัดได้แม่นระดับครึ่งจุด

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเผยแพร่ดัชนีอุตสาหกรรมรายเดือนสองชุด คือชุดดิบและชุดที่ปรับฤดูกาลแล้ว เอาชุดดิบหารด้วยชุดที่ปรับแล้ว จะได้ค่าประมาณของสำนักงานเองว่าปฏิทินเพียงอย่างเดียวทำอะไรกับเดือนหนึ่ง เฉลี่ยจากห้าปีเต็มตั้งแต่ 2564 ถึง 2568 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมรวมให้ผลดังนี้

เดือน ผลจากปฏิทิน ช่วงห้าปี
มกราคม 103.7 103.4 ถึง 103.7
กุมภาพันธ์ 101.4 100.9 ถึง 101.8
มีนาคม 110.1 109.7 ถึง 110.3
เมษายน 92.5 91.9 ถึง 93.4
พฤษภาคม 101.9 101.2 ถึง 102.6
มิถุนายน 99.3 99.1 ถึง 99.5
กรกฎาคม 97.2 96.8 ถึง 97.8
สิงหาคม 98.7 98.3 ถึง 99.2
กันยายน 98.0 97.4 ถึง 98.7
ตุลาคม 98.9 98.5 ถึง 99.3
พฤศจิกายน 100.0 97.8 ถึง 100.8
ธันวาคม 97.4 96.9 ถึง 98.2

มีนาคมสูงกว่าแนวโน้มราวร้อยละ 10 และเมษายนต่ำกว่าราวร้อยละ 7.5 จากเดือนหนึ่งไปอีกเดือนหนึ่งคือขนาดของเดือนที่หายไปร้อยละ 16

คอลัมน์ช่วงคือคอลัมน์ที่สำคัญ มีนาคมอยู่ระหว่าง 109.7 ถึง 110.3 ในทุกปีจากห้าปี เมษายนอยู่ระหว่าง 91.9 ถึง 93.4 นี่ไม่ใช่การพยากรณ์ที่อาจคลาดเคลื่อนไปหนึ่งในสาม แต่เป็นลักษณะที่ซ้ำเดิมของปฏิทินไทย นิ่งในระดับราวครึ่งจุด และรู้ได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

ดัชนีการส่งสินค้าบอกเรื่องเดียวกันในรูปแบบดิบ ถ้าปรับแต่ละปีให้เทียบกับค่าเฉลี่ยสิบสองเดือนของปีนั้นเอง มีนาคมเป็นเดือนสูงสุดของปีในทั้งห้าปีเต็ม และเมษายนเป็นเดือนต่ำสุดในสี่ปีจากห้าปี

ปี มีนาคม เมษายน
2564 114.88 94.67
2565 114.41 96.43
2566 112.57 92.37
2567 107.88 94.07
2568 108.32 93.32
2569 110.99 93.87

เดือนเล็กลง แต่วันไม่เล็กลง

ตรงนี้คือจุดที่ตัวเลขรายเดือนจะทำให้คนที่ใช้มันจองรถเข้าใจผิด

ดูปี 2568 การส่งสินค้าจากโรงงานลดจาก 108.32 ในเดือนมีนาคม เหลือ 93.32 ในเดือนเมษายน ลดลงร้อยละ 13.8 อ่านเป็นรายเดือน เมษายนดูเงียบ และแผนที่สร้างจากปริมาณรายเดือนจะจองรถน้อยลงให้เดือนนั้น

ทีนี้ลองนับวันทำงาน มีนาคม 2568 ไม่มีวันหยุดราชการเลย และมี 21 วันทำงาน เมษายนมีวันหยุดสี่วัน วันจักรีตรงวันอาทิตย์และเลื่อนชดเชยเป็นวันจันทร์ที่ 7 เมษายน และวันสงกรานต์สามวันคือ 13 14 และ 15 เมษายน ทำให้มีวันหยุดชดเชยวันพุธที่ 16 เมษายน เมษายนจึงมี 18 วันทำงาน

เอาดัชนีหารด้วยจำนวนวัน มีนาคมได้ 5.16 ต่อวัน เมษายนได้ 5.18 สองเดือนนี้ห่างกันไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ต่อวันทำงาน เดือนเมษายนเล็กลงร้อยละ 13.8 เพราะเสียวันทำงานไปสามวันจากยี่สิบเอ็ดวัน ไม่ใช่เพราะงานหายไป

เรื่องนี้มีผลตรงต่อการปฏิบัติ รถเช่าเป็นวัน ไม่ใช่เป็นเดือน หน่วยงานที่ลดแผนรถเดือนเมษายนลงร้อยละ 14 เพราะพยากรณ์รายเดือนลดลงร้อยละ 14 จะรถไม่พอทุกวันที่เปิดทำการ และจะเอาส่วนที่ขาดไปซื้อกำลังแบบแจ้งล่วงหน้าสั้น ในสัปดาห์เดียวของปีที่คนอื่นทั้งประเทศกำลังทำแบบเดียวกัน

กับดักด้านกลับอยู่ในเดือนมีนาคม เดือนที่สูงกว่าแนวโน้มร้อยละ 10 พร้อมวันทำงานเต็มจำนวน คือเดือนที่วันธรรมดาหนักขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ยาวขึ้น เดือนนั้นต้องการรถเพิ่มจริง

ทำแบบนี้กับตัวเลขของคุณเอง

ตัวเลขระดับประเทศแสดงวิธีการและขนาด แต่มันเป็นค่าเฉลี่ยข้าม 22 สาขา จึงไม่ใช่ฤดูกาลของคุณ ของคุณอยู่ในแฟ้มการส่งสินค้าของคุณเอง และใช้เวลาดึงออกมาแค่บ่ายเดียว

  • เอาข้อมูลการส่งสินค้าสามปีขึ้นไป เป็นรายเดือน หน่วยเป็นวันรถ ไม่ใช่ตันหรือบาท วันรถคือสิ่งที่ซื้อขายกันจริง
  • หารแต่ละเดือนด้วยค่าเฉลี่ยสิบสองเดือนของปีนั้นเอง การหารด้วยค่าเฉลี่ยของปีตัวเองคือสิ่งที่ตัดการเติบโตออก รูปที่เหลือจึงเป็นฤดูกาล ไม่ใช่แนวโน้ม
  • เฉลี่ยตัวเลขของแต่ละเดือนข้ามปี และจดช่วงไว้ด้วย ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย
  • หารแต่ละเดือนด้วยจำนวนวันทำงาน เพื่อให้ได้ตัวเลขรายวัน ซึ่งเป็นตัวที่กลายเป็นการจองรถ

ช่วงเป็นตัวตัดสินว่าจะทำอะไรกับมัน เดือนที่ตัวเลขอยู่ในกรอบแคบตลอดสามปีคือการเผื่อตามฤดูกาล และควรอยู่ในแผนผูกพันของปีหน้า เดือนที่แกว่งกว้างไม่ใช่ฤดูกาลเลย แต่เป็นความผันผวนแบบสุ่ม และคำตอบของความผันผวนแบบสุ่มคือสต๊อกกันชนกับการเช่าระยะสั้น ไม่ใช่กองรถประจำที่ใหญ่ขึ้น การจัดการแบบที่สองเหมือนแบบแรกคือวิธีที่ทำให้หน่วยงานลงเอยด้วยกำลังที่ใช้ปีละสองครั้ง

จุดพีคที่อยู่ในเดือน

ทีนี้ทำแบบเดียวกันกับวันในเดือน แทนที่จะเป็นเดือนในปี พล็อตการส่งสินค้าทุกครั้งในหกเดือนที่ผ่านมาเทียบกับวันที่รถออกจากลาน หน่วยงานกระจายสินค้าเกือบทุกแห่งได้รูปเดียวกัน คือแบนราบเงียบตลอดสามสัปดาห์แรก แล้วเป็นกำแพงตอนท้าย

การวัดที่ดีที่สุดในงานวิชาการมาจากสาขาในบราซิลของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่คงทน ศึกษาด้วยพลวัตระบบและการสัมภาษณ์ลูกค้า 26 ราย ในปี 2007 ปริมาณขายรายเดือนของบริษัทร้อยละ 57 โดยเฉลี่ยถูกขายและออกใบกำกับใน 5 วันสุดท้ายของเดือน ทุกช่องทางและทุกภูมิภาค และเป็นเช่นนั้นมากว่ายี่สิบปี

ข้อค้นพบสองข้อจากงานนั้นสำคัญกว่าตัวเลข

ข้อแรกคือสิ่งที่บริษัทเชื่อ ผู้บริหารเห็นว่าจุดพีคเป็นลักษณะประจำของอุตสาหกรรมและมาจากภายนอกบริษัท จึงไม่มีนโยบายอื่นให้เลือก แบบจำลองบอกตรงกันข้าม จุดพีคถูกสร้างขึ้นภายในบริษัทเอง จากช่องว่างระหว่างเป้ากำไรกับกำไรจริง ซึ่งผลักให้พนักงานขายเสนอส่วนลดตอนปลายงวด ลูกค้าเรียนรู้ว่าส่วนลดกำลังจะมาและรอ ซึ่งทำให้ช่องว่างของเดือนถัดไปแย่ลง

ข้อที่สองคือต้นทุน ค่าขนส่ง การเก็บสต๊อก คลังสินค้า การขนถ่าย และค่าล่วงเวลา ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งหมด แต่มีความล่าช้าระหว่างจุดพีคกับตอนที่ต้นทุนโผล่ ความล่าช้านั้นคือเหตุผลที่ไม่มีใครโยงสองเรื่องเข้าด้วยกัน ในระยะกลางถึงยาว มูลค่าที่ออกใบกำกับไม่เพิ่มขึ้นเลย ขณะที่ปริมาณและต้นทุนรวมเพิ่ม กำไรรวมจึงลดลง บริษัทกำลังซื้อยอดขายของตัวเองสองรอบ

ทำไมปลายเดือนของไทยจึงเชื่อมติดกับรถบรรทุก

ในบางประเทศ บริษัทที่ถูกกดดันเรื่องรายได้อาจขยับเอกสารได้โดยไม่ต้องขยับสินค้า ในไทยทำไม่ได้ และเหตุผลควรรู้ให้แม่น เพราะมันบอกด้วยว่าวันไหนขยับได้

ประมวลรัษฎากรสามมาตราล็อกใบกำกับไว้กับการส่งมอบ

  • มาตรา 78 (1) การขายสินค้าให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า จะเกิดก่อนหน้านั้นก็ต่อเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา หรือออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบ และเกิดตามส่วนของการกระทำนั้นเท่านั้น
  • มาตรา 86 ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำใบกำกับภาษีสำหรับการขายทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดนั้นเกิดขึ้น แล้วส่งมอบให้ผู้ซื้อ
  • มาตรา 83 ยื่นแบบเป็นรายเดือนภาษี ไม่ว่าจะได้ขายในเดือนนั้นหรือไม่ และแบบกับการชำระภาษีของเดือนภาษีใดต้องยื่นภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป

อ่านรวมกัน วันส่งมอบคือวันรับรู้รายได้ เป้าการขายที่วัดจากมูลค่าที่ออกใบกำกับจึงเป็นเป้าที่วัดจากรถที่ออกจากลานจริงก่อนเที่ยงคืนของวันสุดท้ายของเดือน การเร่งปลายเดือนแบบไทยไม่ใช่นิสัยเสีย แต่เป็นเลขคณิต และการขอร้องฝ่ายขายดี ๆ จะไม่เปลี่ยนอะไรตราบใดที่เป้ายังเขียนแบบนั้น

สามมาตราเดียวกันชี้ทางออกด้วย ทุกอย่างที่ไม่ใช่วันส่งมอบขยับได้หมด วันที่ลูกค้าสั่ง วันที่คุณจัดของและเตรียมขึ้นรถ วันที่ลูกค้าคาดว่าจะได้รับภายในเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ การคลี่ปลายเดือนคือการดึงคำสั่งซื้อมาข้างหน้า ไม่ใช่การเลื่อนใบกำกับไปข้างหลัง และนั่นเป็นการเปลี่ยนเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่เชิงภาษี

จุดพีคมีต้นทุนเท่าไร คิดเป็นรถ

สมมติเดือนหนึ่งมี 22 วันทำงาน และมีงานส่งสินค้า 440 วันรถ สมมติวันรถแบบผูกพันราคา 8,000 บาท และวันรถที่ซื้อแบบแจ้งล่วงหน้าสั้นราคา 10,000 บาท สูงกว่าร้อยละ 25 ใส่ตัวเลขสองตัวของคุณเองแทน ยิ่งช่องว่างระหว่างสองตัวกว้าง ทุกอย่างข้างล่างยิ่งแพง

ถ้ากระจายเท่ากัน เดือนนั้นต้องใช้รถวันละ 20 คัน ผูกพัน 20 คันก็จ่าย 22 คูณ 20 คูณ 8,000 คือ 3,520,000 บาท ไม่ต้องซื้อข้างนอกและไม่มีรถว่าง

ทีนี้ย้ายงานร้อยละ 40 ไปอยู่ในสี่วันสุดท้าย ซึ่งอ่อนกว่ากรณีบราซิลด้วยซ้ำ สี่วันสุดท้ายต้องใช้รถวันละ 44 คัน อีกสิบแปดวันต้องใช้ 14.7 คัน

รถผูกพัน วันรถที่จ่าย วันรถที่ว่าง วันรถที่ซื้อข้างนอก ต้นทุนรวม
14 308 0 132 3,784,000
15 330 6 116 3,800,000
18 396 60 104 4,208,000
20 440 96 96 4,480,000
25 550 186 76 5,160,000

ทางเลือกที่ถูกที่สุดในเดือนที่มีจุดพีคคือผูกพัน 14 คัน ที่ 3,784,000 บาท งาน 440 วันรถเท่ากันถ้ากระจายเท่ากันจะเสีย 3,520,000 บาท รูปร่างของเดือน ไม่ใช่ปริมาณงาน มีต้นทุน 264,000 บาทต่อเดือน หรือราวร้อยละ 7 ของค่าขนส่ง ทั้งปีคือ 3,168,000 บาทที่จ่ายไปกับลำดับที่งานเข้ามาล้วน ๆ

คลี่แค่ครึ่งทางก็ได้ประโยชน์เกือบทั้งหมด ย้ายจากร้อยละ 40 ในสี่วันสุดท้ายลงมาเหลือร้อยละ 25 ทางเลือกที่ดีที่สุดกลายเป็นผูกพัน 18 คัน ที่ 3,608,000 บาท การเปลี่ยนอย่างเดียวนี้มีค่า 176,000 บาทต่อเดือน

ทำไมค่าเฉลี่ยจึงเป็นระดับผูกพันที่แย่ที่สุด

ดูแถวรถผูกพัน 20 คันอีกครั้ง ซึ่งคือค่าเฉลี่ยของเดือน มันทิ้งรถว่าง 96 วันรถ และซื้อข้างนอก 96 วันรถ

ตัวเลขสองตัวเท่ากันไม่ใช่เรื่องบังเอิญในตัวอย่างนี้ มันจริงเสมอ ผูกพันที่ค่าเฉลี่ยพอดี วันที่จ่ายแล้วไม่ได้ใช้ ย่อมเท่ากับวันที่ต้องใช้แล้วไม่มี โดยเลขคณิต คุณจ่ายสองรอบสำหรับกำลังชุดเดียวกัน และลงเอยด้วยต้นทุนที่แย่ที่สุดในตาราง

ตรงนี้คือจุดที่เดือนซึ่งมีจุดพีคทำตัวแบบที่คนแปลกใจ ยิ่งเดือนมีจุดพีคชัด ยิ่งควรผูกพันรถน้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น ในเดือนที่ราบเรียบ ระดับที่ถูกต้องคือ 20 ในเดือนที่มีจุดพีคโดยมีปริมาณงานเท่ากันเป๊ะ คือ 14 วันพีคไม่สามารถคลุมด้วยกำลังประจำในราคาที่สมเหตุสมผลได้ กองรถประจำจึงถอยกลับมาที่ระดับของวันธรรมดา แล้วซื้อวันพีคเอา สิ่งที่เลขคณิตไม่ยอมให้ทำคือซื้อวันพีคแบบถูก ๆ นั่นเป็นการเจรจาคนละเรื่อง และเป็นเหตุผลที่ควรผูกพันกำลังรถเท่าไรถูกตัดสินด้วยรูปร่างของสัปดาห์ ไม่ใช่ขนาดของปี

สี่คันโยก เรียงตามความยาก

ย้ายฐานการวัดเป้า ข้อค้นพบหลักของงานบราซิลคืองวดของเป้าเป็นตัวสร้างจุดพีค เป้าการขายที่วัดจากมูลค่าที่ออกใบกำกับในเดือนนั้น สร้างกำแพงการส่งมอบปลายเดือนในไทยเพราะมาตรา 78 เป้าที่วัดจากคำสั่งซื้อที่รับเข้ามา หรือวัดแบบต่อเนื่องเลื่อนไหล ไม่สร้าง นี่เป็นคันโยกเดียวที่ขจัดต้นเหตุ ที่เหลือคือการจัดการอาการ และมันมีต้นทุนที่งานศึกษาวัดไว้ คือกำไรจะลดในระยะสั้นก่อนจะเพิ่ม เพราะยอดขายที่ปรากฏของงวดหนึ่งถูกยกให้ไปในตอนเปลี่ยน ไม่มีใครในสายโลจิสติกส์เซ็นอนุมัติเรื่องนี้ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่งานศึกษาสรุปว่าต้องคุยกันด้วยภาษาการเงินกับคนที่รับผิดชอบผลประกอบการทั้งปี

ประกาศวันส่งของรายลูกค้า ให้ลูกค้าแต่ละรายมีวันส่งที่ระบุชื่อสองหรือสามวันต่อสัปดาห์ วิธีนี้กระจายเดือนโดยการออกแบบและไม่มีต้นทุน และเป็นกลไกเดียวกับที่ทำให้เวลาปิดรับคำสั่งซื้อมีค่ามากกว่าที่เห็น

ตั้งราคาสี่วันสุดท้าย การส่งวันที่ 29 มีต้นทุนในการให้บริการสูงกว่าการส่งแบบเดียวกันวันที่ 12 ผู้ให้บริการขนส่งส่วนใหญ่คิดอัตราคงที่ตลอดเดือน ส่วนต่างนั้นจึงตกอยู่กับคุณทั้งหมด ส่วนลดเล็ก ๆ สำหรับการรับของในสามสัปดาห์แรกขายภายในองค์กรได้ง่ายกว่าค่าธรรมเนียมเพิ่มตอนปลายเดือน และย้ายคำสั่งซื้อชุดเดียวกัน

เลิกให้ส่วนลดปลายเดือน อันนี้ตรงที่สุดและยากที่สุด ส่วนลดคือสิ่งที่ฝึกให้ลูกค้ารอ และแต่ละรอบทำให้ช่องว่างของเดือนถัดไปใหญ่ขึ้น

จุดพีคที่ลูกค้าสร้าง แล้วมาถึงคุณ

ตรวจอีกอย่างก่อนสรุปว่าจุดพีคเป็นของคุณที่ต้องแก้ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยและสม่ำเสมอในสิ่งที่ผู้บริโภคซื้อจริง ถูกขยายเมื่อย้อนขึ้นไปตามห่วงโซ่ เพราะทุกชั้นระหว่างเขากับคุณสั่งซื้อของตนเองอย่างเป็นอิสระและด้วยขนาดล็อตของตนเอง พอมาถึงหน้าประตูโรงงาน การขยับเล็กน้อยที่ชั้นวางอาจดูรุนแรง

ในทางปฏิบัติแปลว่าปลายเดือนของคุณส่วนหนึ่งไม่ใช่ของคุณ แต่เป็นปลายเดือนของลูกค้าหลายรายซ้อนกันแล้วมาลงในสี่วันเดียวกัน คุณรื้อมันจากในบริษัทตัวเองไม่ได้ แต่มองเห็นล่วงหน้าได้ เพราะมันซ้ำเดิม พล็อตการส่งสินค้าตามวันในเดือนแยกรายลูกค้าใหญ่ ลูกค้าที่รูปร่างต่างจากกลุ่มควรให้บริการตามจังหวะของเขาเอง ลูกค้าที่กองมาที่สามวันเดียวกันหมดคือเหตุผลให้ซื้อกำลังแบบแจ้งล่วงหน้าสั้นอย่างตั้งใจ แทนที่จะซื้อแบบฉุกเฉิน

เดือนหน้าเหลืออะไร

ผลลัพธ์ของทั้งหมดนี้เล็กและเจาะจง สำหรับแต่ละเดือนในสิบสองเดือนข้างหน้า คุณควรเขียนตัวเลขสองตัวได้ คือวันรถที่เดือนนั้นต้องการ และวันรถที่วันยุ่งที่สุดของเดือนนั้นต้องการ ทุกอย่างข้างบนมีไว้เพื่อผลิตคู่นี้อย่างซื่อตรง

ถ้าสองตัวใกล้กัน หน่วยงานจัดกำลังง่าย และระดับผูกพันอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย ถ้าตัวที่สองเป็นสองหรือสามเท่าของตัวแรก จุดพีคคือสิ่งที่แพงที่สุดในแผน และที่แรกที่ควรดูไม่ใช่ตารางราคาของผู้ให้บริการขนส่ง แต่เป็นกฎภายในข้อไหนก็ตามที่ตัดสินว่างานทั้งหมดควรมาถึงในสี่วันเดียวกัน