คำแนะนำเรื่องน้ำท่วมส่วนใหญ่เขียนให้เจ้าของรถเก๋ง รถบรรทุกอยู่อีกปลายหนึ่งของปัญหา เครื่องยนต์ใหญ่กว่า ระบบเบรกลมที่มีวาล์วและคอมเพรสเซอร์ และคนขับที่ถูกสั่งให้ส่งของ บทความนี้บอกว่าคำแนะนำของไทยพูดอะไรไว้ ขาดอะไร และผู้จัดการขนส่งควรเขียนอะไรไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนน้ำมา
คำตอบสั้น ๆ
- คำแนะนำของไทยบอกระดับน้ำสำหรับรถเก๋งและกระบะ ไม่มีสำหรับรถบรรทุก คำแนะนำของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สองฉบับที่อ่านไม่ได้ระบุรถบรรทุกเลย ครอบคลุมรถเก๋ง กระบะ รถไฟฟ้า และจักรยานยนต์
- ตัวเลขระดับน้ำของรถคุณอยู่ในคู่มือผู้ผลิต ขึ้นกับตำแหน่งช่องรับลม คอมเพรสเซอร์ และวาล์วเบรก ซึ่งตารางทั่วไปไม่อาจรู้
- ถ้าไม่รู้ระดับน้ำ รถไม่เข้า เสาวัดระดับน้ำที่ทำเครื่องหมายไว้ดีกว่าการเดา
- รถที่ลุยน้ำลึกไม่กลับไปวิ่งงานในเที่ยวถัดไป ต้องตรวจก่อน และรถเบรกลมต้องตรวจละเอียดกว่ารถเก๋ง
- เบรกเปียกต้องไล่น้ำอย่างตั้งใจ เหยียบเบรกย้ำ ๆ เมื่อพ้นน้ำ แล้วตรวจว่าเบรกใช้ได้ก่อนวิ่งบรรทุกเต็มเที่ยวถัดไป
คำแนะนำของไทยบอกอะไร และขาดอะไร
| ระดับน้ำ | สิ่งที่คำแนะนำของ ขบ. บอก | ชนิดรถที่ระบุ |
|---|---|---|
| 5 ถึง 10 ซม. | ผ่านได้ทุกคัน แต่ไม่ใช้ความเร็ว | รถเก๋ง กระบะ |
| ต่ำกว่า 40 ซม. หรือไม่เกินครึ่งล้อ | ขับผ่านได้อย่างช้า ๆ | รถทุกชนิด |
| 40 ถึง 60 ซม. | รถเล็กควรเลี่ยง กระบะและรถใหญ่ผ่านได้โดยปิดแอร์ | รถเล็ก กระบะ รถใหญ่ |
| 60 ถึง 80 ซม. | อันตรายสำหรับรถทุกคัน ไม่ควรลุย | รถทุกชนิด |
| เกิน 80 ซม. | ใช้เส้นทางอื่น | รถทุกชนิด |
สามข้อที่ควรจำ
- สองคำแนะนำไม่ตรงกัน ฉบับหนึ่งปี 2565 อีกฉบับปี 2567 และเกณฑ์ของรถเล็กกับกระบะใช้ถ้อยคำไม่เหมือนกัน ให้ใช้เป็นช่วง ไม่ใช่ตัวเลขเดียว
- ไม่มีแถวไหนเขียนว่ารถบรรทุกหรือเทรลเลอร์ "ไม่เกินครึ่งล้อ" เป็นกฎเดียวที่เขียนถึงรถทุกชนิด ส่วนสิ่งที่เสียก่อนในรถบรรทุก คือช่องรับลม คอมเพรสเซอร์ และวาล์วเบรก อยู่สูงต่ำต่างกันตามรุ่น
- เทคนิคการขับคือส่วนที่ใช้กับรถบรรทุกได้ เกียร์ต่ำ ความเร็วคงที่ เว้นระยะมากขึ้น และเหยียบเบรกย้ำ ๆ เมื่อพ้นน้ำ ระบุไว้สำหรับรถทุกชนิด
ก่อนน้ำมา: สามข้อที่ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
- ไม่ทราบระดับน้ำ ไม่เข้า บอกคนขับและผู้รับเหมาขนส่งว่าถ้าไม่ทราบระดับน้ำ ให้หยุด โทรหาศูนย์ควบคุม แล้วรอหรือเปลี่ยนเส้นทาง ค่าของการรอน้อยกว่าค่าเครื่องยนต์และระบบลม
- ระบุว่าใครตัดสินใจ ถ้าคนขับตัดสินใจคนเดียว แรงกดดันให้ส่งของจะตัดสินแทน ให้ศูนย์ควบคุมหรือผู้จัดการขนส่งมีอำนาจสั่ง "ห้ามเข้า" และเขียนไว้ในข้อตกลงกับผู้ขนส่ง ด้านสัญญาของวันน้ำท่วมอยู่ใน ฤดูน้ำท่วม: ถนนเส้นไหนในไทยปิดก่อน
- ขอตัวเลขจากผู้ผลิตของรถแต่ละรุ่นจากผู้ขนส่ง เก็บไว้กับทะเบียนประวัติรถ ถ้าผู้ขนส่งไม่มี ให้ถือว่าไม่ทราบระดับน้ำ และใช้ข้อ 1
ท่าขนถ่ายก็ท่วมได้ Bendix ชี้ว่าท่าขนถ่ายที่มีน้ำขังทำให้ตัวปรับระยะเบรก (slack adjuster) เสียหายได้ แม้ไม่มีใครเรียกว่าน้ำท่วม รถที่ถอยเข้าช่องจอดที่ท่วมในไซต์ของคุณจึงควรได้รับการตรวจตามด้านล่าง
ระหว่างลุยน้ำ: คนขับทำอะไร
- เกียร์ต่ำ ความเร็วคงที่ ไม่หยุดในน้ำ ขบ. แนะนำเกียร์ต่ำและความเร็วคงที่ไม่ให้เครื่องดับ และขับช้าลงยังลดคลื่นที่กระทบรถคันอื่น
- เว้นระยะจากคันหน้ามากขึ้น เบรกที่เปียกประสิทธิภาพลดลง ระยะหยุดจึงยาวขึ้น หน่วยงานกำกับของออสเตรเลียพูดเรื่องเดียวกันสำหรับรถใหญ่ในหน้าฝน คือระยะเบรกยาวขึ้น และเบรกต้องบำรุงรักษาดีและปรับตั้งถูกต้อง
- ห้ามสตาร์ทซ้ำถ้าเครื่องดับในน้ำ คำแนะนำของ Isuzu สำหรับรถที่จมน้ำคือปิดกุญแจ ถอดขั้วลบแบตเตอรี่ หุ้มขั้วบวก และไม่สตาร์ท เพราะโคลนหรือเศษวัสดุอาจเข้าระบบไฟฟ้าหรือระบบไอดี การสตาร์ทอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรหรือเครื่องเสียหาย Bendix เพิ่มว่าห้ามสตาร์ทถ้าน้ำเข้าคอมเพรสเซอร์หรือเครื่องอบลมแห้งทางช่องรับลม
- เมื่อพ้นน้ำ เหยียบเบรกย้ำ ๆ และติดเครื่องเดินเบาสักครู่ ทั้งสองข้ออยู่ในคำแนะนำของ ขบ. จุดประสงค์คือไล่น้ำออกจากเบรกและเครื่องยนต์ก่อนวิ่งบรรทุกเต็ม
หลังลุยน้ำ: ตรวจสองระดับ
รถที่ข้ามน้ำตื้นกับรถที่จมอยู่ในน้ำเป็นคนละกรณี การแบ่งนี้เป็นกฎทำงานที่สรุปจากแหล่งข้อมูล ไม่ใช่มาตรฐานที่ประกาศไว้ ให้เขียนทั้งสองระดับไว้เพื่อไม่ให้คนขับต้องเดา
ระดับหนึ่ง: ขับผ่านน้ำ เบรกเปียก
- ยืนยันว่าเบรกทำงานปกติก่อนวิ่งบรรทุกเที่ยวถัดไป
- ตรวจน้ำมันเครื่อง น้ำมันเพลา และน้ำมันเกียร์ว่ามีน้ำปนหรือไม่ และตรวจไส้กรองอากาศ
- ล้างโคลนและเศษวัสดุจากล้อ ใต้ท้องรถ และห้องเครื่อง และสังเกตเศษวัสดุและความเสียหายบนถนน
ข้อเหล่านี้คือรายการของผู้ผลิต คนขับทำข้อแรกได้ในลานจอด ส่วนที่เหลือควรให้ช่างทำ
ระดับสอง: รถจมอยู่ในน้ำ หรือจมทั้งคัน
รถต้องออกจากงานจนกว่าจะตรวจเสร็จ ขั้นตอนด้านล่างเป็นของ Bendix สำหรับหัวลากและเทรลเลอร์เบรกลม ตามลำดับที่ระบุ
| ขั้น | สิ่งที่ทำ |
|---|---|
| 1. ระบุน้ำ | ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถือเป็นน้ำเค็ม น้ำเค็มกัดกร่อนสูงและชะล้างสารหล่อลื่น |
| 2. น้ำเค็ม | เปลี่ยนวาล์วเบรกที่จมน้ำ และเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ ถังลม รีเลย์ ABS โมดูเลเตอร์ กระบอกเบรก และชุดเบรกที่ล้อ |
| 3. น้ำจืด | ล้างด้วยแรงดัน แต่ไม่ฉีดใส่ช่องไอเสียและชิ้นส่วนยางหรือผิวซีล ซึ่งเสียหายได้ |
| 4. ระบบลม | ห้ามสตาร์ทถ้าคอมเพรสเซอร์หรือเครื่องอบลมแห้งดูดน้ำเข้า ระบายถังลม ทำเครื่องหมายและถอดขั้วต่อที่วาล์วแต่ละตัว ตรวจหาน้ำ เป่าลมแห้งผ่านท่อและวาล์ว และเปลี่ยนชิ้นที่ปนเปื้อน |
| 5. หัวต่อลมและท่อ | ตรวจหัวต่อลม (glad hand) และท่อ เพราะน้ำและสิ่งสกปรกมักเข้าระบบเบรกทางหัวต่อลมที่ไม่มีฝาครอบ |
| 6. ปลายล้อ | ตรวจน้ำในดรัมและระหว่างผ้าเบรกกับก้ามเบรก ตรวจกระบอกเบรกว่ามีน้ำ และอัดจาระบีใหม่ รวมทั้งตัวปรับระยะเบรก |
| 7. อิเล็กทรอนิกส์ | ดาวน์โหลดข้อมูลวินิจฉัยจากตัวควบคุม ABS และระบบเสถียรภาพ และตรวจขั้วต่อเทรลเลอร์ |
| 8. ก่อนใช้งาน | ดันเซนเซอร์ความเร็วล้อ ABS แต่ละตัวกลับให้แนบวงแหวนวัดสัญญาณ แล้วทดสอบระบบเบรกลมและ ABS และทดสอบซ้ำภายหลัง |
หนึ่งบรรทัดในรายการนี้สำคัญต่องบประมาณ ถ้าพบความชื้นหรือสิ่งปนเปื้อนที่ใดในระบบเบรกลม คำแนะนำคือเปลี่ยนชิ้นส่วนเบรกลมทั้งหมด เพราะการถอดแยกทั้งระบบเป็นวิธีเดียวที่ไล่สิ่งปนเปื้อนได้แน่นอน นั่นคือเวลาที่รถหยุดวิ่งจริงและค่าอะไหล่ ซึ่งควรอยู่ในแผนรับน้ำท่วม
ขออะไรจากผู้ขนส่ง
สำหรับรถที่เคยจมน้ำ ให้ขอบันทึกสั้น ๆ ว่าเป็นน้ำชนิดใด ลึกเท่าไร นานแค่ไหน ตรวจระดับใด ใครตรวจ และวันที่ผ่านการทดสอบเบรกกับ ABS บันทึกนี้ใช้ควบคู่กับบันทึกที่อธิบายใน วิธีดูว่าผู้ขนส่งดูแลรถบรรทุกจริงหรือไม่ และผู้ขนส่งใช้เวลาเขียนหนึ่งหน้า
จุดที่พลาดบ่อย
- ใช้ตัวเลขระดับน้ำของรถเก๋งกับรถบรรทุก ตัวเลขของ ขบ. เขียนไว้สำหรับรถเก๋งและกระบะ
- สตาร์ทดูว่ายังติดไหม เป็นขั้นเดียวที่ทั้งผู้ผลิตและผู้ผลิตเบรกบอกว่าอย่าทำ
- นับแต่เครื่องยนต์ ขั้นตอนของ Bendix ส่วนใหญ่เกี่ยวกับระบบเบรกลมและ ABS ไม่ใช่เครื่องยนต์
- มองว่าน้ำจืดไม่เป็นอันตราย น้ำจืดเบากว่า แต่ Bendix ก็ยังกำหนดให้ตรวจระบบลมเหมือนกัน และน้ำที่ไม่ทราบชนิดให้ถือเป็นน้ำเค็ม
- ไม่มีบันทึก รถที่เคยจมน้ำแล้วกลับเข้าวิ่งทันที คือคันที่จะถูกถามถึงหลังเกิดเหตุ
สัปดาห์นี้ควรทำอะไร
- เขียนกฎน้ำท่วมหนึ่งหน้า ด้วยสามข้อก่อนน้ำมาข้างต้น แล้วส่งให้ผู้ขนส่งและคนขับทุกคน
- ขอตัวเลขระดับน้ำจากผู้ผลิต ของรถรุ่นที่ผู้ขนส่งใช้บนเส้นทางของคุณ แล้วเก็บไว้
- ระบุคนที่สั่ง "ห้ามเข้า" ได้ พร้อมเบอร์โทรที่รับสายตอนกลางคืน
- กำหนดการตรวจสองระดับ และระดับไหนต้องให้ช่าง เพื่อไม่ให้ใครต้องด้นสดในวันนั้น
- ขอบันทึกหลังน้ำท่วมหนึ่งหน้า สำหรับรถที่จมน้ำ ก่อนจองใช้อีกครั้ง
- ใส่ต้นทุนการตรวจระดับสองในแผนน้ำท่วม เป็นวันที่รถหยุดวิ่งและค่าอะไหล่ เพื่อให้คิดราคาไว้ก่อนต้องใช้
