VWTVWT
บทความทั้งหมด

ประกันภัยคุ้มครองสินค้าบนถนนไทยแค่ไหน

เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2569 · อ่าน 2 นาที

สินค้าสำเร็จรูปหนึ่งพาเลทลงจากรถมาในสภาพยุบ คนขับรออยู่ พนักงานคลังของคุณเซ็นรับ แล้วก็มีใครสักคนพูดว่าไม่เป็นไร เพราะทุกอย่างมีประกันอยู่แล้ว

รอบรถคันนั้นมักมีกรมธรรม์อยู่ประมาณสี่ฉบับ สามฉบับในนั้นจะไม่จ่ายอะไรให้พาเลทที่ยุบเลย ส่วนฉบับที่อาจจะจ่าย ก็ถูกปิดสวิตช์ได้ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นที่ท่ารับสินค้าของคุณเองในสามสิบวินาทีถัดมา

ก่อนจะพูดถึงกรมธรรม์ ผู้ขนส่งรับผิดอยู่แล้ว

ประกันภัยวางทับอยู่บนความรับผิดที่มีอยู่ก่อน ไม่ว่าจะมีใครซื้อกรมธรรม์หรือไม่ และในไทยความรับผิดนั้นไม่ได้เบา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616 ให้ผู้ขนส่งต้องรับผิดในการที่ของสูญหาย บุบสลาย หรือส่งชักช้า เว้นแต่ผู้ขนส่งจะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง อ่านครึ่งหลังซ้ำอีกรอบ คุณไม่ต้องพิสูจน์ว่าผู้ขนส่งประมาท ผู้ขนส่งต่างหากที่ต้องพิสูจน์ว่าไม่ใช่เพราะตน

มาตรา 617 ขยายไปถึงความผิดของผู้ขนส่งรายอื่น หรือของบุคคลที่เขามอบหมายของให้ การส่งงานช่วงไม่ได้ย้ายความเสี่ยงออกไปจากบริษัทที่ชื่ออยู่บนสัญญาของคุณ มาตรา 618 ให้ผู้ขนส่งหลายรายร่วมกันรับผิดเมื่อขนส่งกันหลายทอด มาตรา 621 จำกัดค่าสินไหมทดแทนกรณีส่งชักช้าไม่ให้เกินกว่ากรณีของสูญหายทั้งหมด ซึ่งเป็นเพดานทั่วไปเพียงอย่างเดียวที่ประมวลกฎหมายวางไว้กับการขนส่งทางถนนภายในประเทศ

ข้อยกเว้นสองข้อเป็นข้อที่ผู้ส่งเดินเข้าไปเองได้โดยไม่ตั้งใจ

มาตรา 619 ของอันตราย ถ้าของนั้นมีสภาพอันเป็นอันตราย หรืออาจก่อความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ผู้ส่งต้องบอกกล่าวสภาพนั้นก่อนทำสัญญารับขน ถ้าไม่บอก ผู้ส่งต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

มาตรา 620 ของมีค่า สำหรับเงินตรา ธนบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น หุ้นกู้ ใบสำคัญ อัญมณี และของมีค่าอื่น ๆ ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดเลย เว้นแต่จะได้รับบอกสภาพหรือราคาในเวลาที่ส่งมอบของ และถ้ามีการบอกราคาไว้ ความรับผิดก็จำกัดอยู่เพียงราคาที่บอกนั้น เงียบไว้ คำตอบคือศูนย์ บอกราคาต่ำเพื่อกดค่าขนส่ง ก็เท่ากับจำกัดสิทธิเรียกร้องของตัวเอง

สุดท้าย มาตรา 625 ข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งที่พิมพ์อยู่บนใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารทำนองนั้น เป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งจะได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้ง ตัวหนังสือเล็ก ๆ ที่ยื่นมาพร้อมของ ไม่ทำงานด้วยตัวมันเอง

ประกันของตัวรถ ไม่ใช่ประกันของสินค้าคุณ

รถบรรทุกเกือบทุกคันบนถนนไทยมีกรมธรรม์รถอยู่สองฉบับ ไม่มีฉบับไหนทำเพื่อของบนกระบะ

ประกันภัยภาคบังคับ หรือที่เรียกกันว่า พ.ร.บ. มาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ของพระราชบัญญัตินั้นนิยาม "ความเสียหาย" ว่าหมายถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย อันเกิดจากรถ ทรัพย์สินไม่อยู่ในนิยาม เพราะกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ทำเพื่อทรัพย์สิน แต่ทำไว้เพื่อให้คนที่บาดเจ็บบนถนนได้รับการรักษา

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คุ้มครองทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่ของคุณ ในหมวดความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ 1.2 บริษัทจะชดใช้ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมาย แล้วยกเว้นไว้ที่ (ค) สัมภาระหรือทรัพย์สินอื่นใดที่นำติดตัวขึ้นบนรถ ทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ในรถ ทรัพย์สินที่กำลังยกขึ้นหรือยกลงจากรถ และทรัพย์สินที่รถกำลังยกจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ส่วน (ง) ยกเว้นทรัพย์สินที่เสียหายจากการรั่วไหลของสารเคมีหรือวัตถุอันตรายที่บรรทุกอยู่ในรถ เว้นแต่การรั่วไหลนั้นเกิดจากอุบัติเหตุจากรถ

ดังนั้นรถที่มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกหนึ่งล้านบาท ไม่มีความคุ้มครองใด ๆ เลยสำหรับพาเลทที่อยู่บนรถคันนั้น วงเงินนั้นมีไว้สำหรับรั้วที่ชนและรถที่ถอยไปเบียด คำถามว่า "รถมีประกันไหม" จะได้คำตอบว่ามีอย่างซื่อสัตย์ และไม่บอกอะไรเกี่ยวกับสินค้าของคุณเลย

สองผลิตภัณฑ์ที่คุ้มครองสินค้าจริง และทำไมความต่างจึงสำคัญ

ประกันความรับผิดของผู้ขนส่ง คุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายของผู้ขนส่งเองตามมาตรา 616 ถึง 618 มันทำงานเมื่อผู้ขนส่งต้องรับผิด แปลว่าวินาทีที่น้ำท่วม ดินสไลด์ หรือเหตุสุดวิสัยจริง ๆ พัดของคุณไป ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิด กรมธรรม์ไม่ถูกกระตุ้น และไม่มีใครจ่ายให้คุณ ผู้เอาประกันภัยคือผู้ขนส่ง ไม่ใช่คุณ คุณเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งของบริษัทหนึ่ง และต้องต่อคิวหลังเรื่องอื่น ๆ ที่กำลังเกิดกับบริษัทนั้น

ประกันภัยสินค้า หรือที่บางครั้งขายในชื่อความคุ้มครองสินค้าระหว่างการขนส่ง คุ้มครองตัวสินค้าเอง มันตอบสนองต่อความเสียหาย ไม่ใช่ต่อความผิด มาตรา 863 วางเงื่อนไขไว้ว่า สัญญาประกันภัยไม่ผูกพันคู่สัญญา ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้ ใครแบกความเสี่ยงของสินค้าอยู่ ณ ช่วงนั้นของการเดินทาง คนนั้นคือผู้ที่เอาประกันภัยได้ และเงื่อนไขการซื้อขายของคุณเป็นตัวชี้ว่าคือใคร

ความต่างนี้ไม่ใช่เรื่องวิชาการ มันตัดสินว่าเหตุการณ์ที่ไม่มีใครผิดเลย เป็นความเสียหายของคุณหรือของคนอื่น สี่คำถามนี้จบเรื่องได้ก่อนจองรถ

  • มีกรมธรรม์ฉบับไหน ระหว่างความรับผิดของผู้ขนส่ง กับประกันภัยสินค้า
  • ใครมีชื่อเป็นผู้เอาประกันภัย
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยเท่าไร และเป็นต่อคัน ต่อครั้ง หรือต่อปี
  • คุ้มครองหรือไม่เมื่อไม่มีใครผิด

ตารางเปรียบเทียบใบเสนอราคาสองใบ มีบรรทัดที่ถามอยู่แล้วว่าใครรับผิดถ้าของเสียหาย คำตอบสี่ข้อนี้คือสิ่งที่เติมลงในบรรทัดนั้น

สิ่งที่กรมธรรม์สินค้าก็ยังไม่จ่าย

ความคุ้มครองสินค้าไม่ใช่คำสัญญาว่าวันที่แย่จะหายไป และข้อจำกัดมาจากตัวประมวลกฎหมายเอง

มาตรา 879 ตัดสองเรื่องออก ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ และไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เป็นผลโดยตรงจากความไม่สมประกอบในเนื้อแห่งวัตถุที่เอาประกันภัย เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น ผลไม้ที่สุกไปเอง เหล็กที่ขึ้นสนิมผิวในความชื้นปกติ สินค้าที่เสื่อมสภาพในระยะทางปกติ นั่นคือสินค้าทำตัวตามธรรมชาติของมัน ไม่ใช่อุบัติเหตุ

มาตรา 877 กำหนดว่าจ่ายอะไร คือจำนวนวินาศภัยอันแท้จริง ประเมินตามราคา ณ สถานที่และในเวลาที่เกิดวินาศภัย โดยให้สันนิษฐานว่าจำนวนเงินเอาประกันภัยเป็นหลักประมาณอันถูกต้อง และไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย นอกจากนี้ยังรวมความเสียหายที่เกิดจากการจัดการตามสมควรเพื่อป้องกันวินาศภัย และค่าใช้จ่ายอันสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สิน สองอย่างตามมา กรมธรรม์ที่เอาประกันไว้เท่าราคาทุนจะไม่ชดเชยยอดขายที่หายไป และเงินที่ใช้กู้สินค้าที่เสียหายเรียกคืนได้ ไม่ใช่เงินทิ้ง

มาตรา 865 ทำให้สัญญาเป็นโมฆียะ เมื่อผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงที่จะทำให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยสูงขึ้นหรือบอกปัด หรือรู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นเท็จ สิทธิบอกล้างสิ้นไปเมื่อพ้นหนึ่งเดือนนับแต่ผู้รับประกันภัยทราบมูลเหตุ หรือพ้นห้าปีนับแต่วันทำสัญญา ของที่คุณขนคืออะไร และขนอย่างไร คือข้อความจริงที่มาตรานี้พูดถึงพอดี

มาตรา 870 ว่าด้วยการเอาประกันภัยของชิ้นเดียวกันไว้สองที่ ถ้าทำสัญญาพร้อมกัน ผู้รับประโยชน์ได้รับค่าสินไหมไม่เกินวินาศภัยจริง และผู้รับประกันภัยแต่ละรายจ่ายตามส่วนของจำนวนเงินที่รับประกัน ถ้าทำสืบเนื่องกันเป็นลำดับ รายแรกรับผิดก่อน รายถัดไปรับผิดในส่วนที่ยังขาด การเอาประกันสินค้าที่ผู้ขนส่งเอาประกันไว้แล้วไม่ได้ทำให้ได้เงินสองต่อ มันทำให้จ่ายเบี้ยสองต่อ

นาฬิกาทำให้สิทธิหมดไปมากกว่าข้อยกเว้น

มาตรา 623 คือมาตราที่ดักบริษัทที่ทำงานเรียบร้อยตามปกติ ความรับผิดของผู้ขนส่งสิ้นสุดลงเมื่อผู้รับตราส่งได้รับของไว้แล้วโดยไม่อิดเอื้อน และได้ใช้ค่าระวางพาหนะกับอุปกรณ์เสร็จแล้ว มาตราเดียวกันให้ทางออกไว้สองทาง คือความเสียหายที่มองไม่เห็นจากสภาพภายนอกของของ หากบอกกล่าวแก่ผู้ขนส่งภายในแปดวันนับแต่วันส่งมอบ และกรณีทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ขนส่ง ซึ่งทั้งมาตรานี้ไม่ใช้บังคับเลย

ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11777/2557 ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิจารณากรณีม้วนเหล็กที่ขนจากท่าเรือแหลมฉบังไปคลังสินค้าที่ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ของผู้รับตราส่งบันทึกไว้ในใบรับสินค้าว่าม้วนเหล็กเด็นมาจากท่าเรือ ศาลเห็นว่าบันทึกนั้นถือเป็นการอิดเอื้อน ความรับผิดของผู้ขนส่งจึงยังไม่สิ้นสุดลง และภาระการพิสูจน์ว่ารับของไว้โดยไม่อิดเอื้อนและชำระค่าระวางแล้วอยู่ที่ผู้ขนส่ง ไม่ใช่ผู้เรียกร้อง ประโยคเดียวที่พนักงานคลังเขียนลงไป คือเส้นแบ่งระหว่างการมีสิทธิเรียกร้องกับการไม่มีเลย

จากนั้นคือกำหนดเวลา

เรื่อง มาตรา กำหนดเวลา
บอกกล่าวความเสียหายที่มองไม่เห็นแก่ผู้ขนส่ง 623 8 วันนับแต่วันส่งมอบ
ฟ้องผู้ขนส่ง 624 1 ปีนับแต่ส่งมอบ หรือนับแต่วันที่ควรส่งมอบ
แจ้งผู้รับประกันภัย 881 โดยไม่ชักช้าเมื่อทราบ
เรียกร้องตามกรมธรรม์ 882 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย

ทั้งหมดนี้ต่อกันผ่านมาตรา 880 ผู้รับประกันภัยที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ที่มีต่อบุคคลภายนอกซึ่งก่อความเสียหาย เพียงในจำนวนที่ตนได้ใช้ไป นั่นคือทางที่การเรียกร้องประกันสินค้าเดินไปถึงผู้ขนส่งในที่สุด แต่ถ้าท่ารับสินค้าของคุณเซ็นรับไปเรียบร้อยโดยไม่อิดเอื้อน และไม่มีใครพูดอะไรจนพ้นแปดวัน ก็ไม่เหลือสิทธิให้ผู้รับประกันภัยเข้ารับช่วง บริษัทประกันรู้ว่าลูกค้ารายไหนทำเรื่องนี้ได้ดี และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้ซื้อสองรายได้เบี้ยไม่เท่ากันสำหรับความคุ้มครองแบบเดียวกัน

เมื่อช่วงถนนเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาระหว่างประเทศแบบประตูถึงประตู

กฎหมายคนละฉบับเข้ามาแทน พระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548 ใช้กับการขนของภายใต้สัญญาฉบับเดียว ด้วยรูปแบบการขนส่งอย่างน้อยสองรูปแบบ จากสถานที่ในประเทศหนึ่งที่ผู้ประกอบการรับมอบของ ไปยังสถานที่ที่กำหนดให้ส่งมอบในอีกประเทศหนึ่ง การขนส่งภายในประเทศล้วนไม่ใช่การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และยังอยู่ใต้มาตราต่าง ๆ ข้างต้น

เมื่อกฎหมายนี้ใช้บังคับ ความรับผิดของผู้ประกอบการมีเพดาน มาตรา 28 กำหนดไว้ที่ 666.67 หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินต่อหนึ่งหน่วยการขนส่ง หรือ 2 หน่วยต่อหนึ่งกิโลกรัมของน้ำหนักรวมของของที่สูญหายหรือเสียหาย แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า มาตรา 30 กำหนดไว้ที่ 8.33 หน่วยต่อกิโลกรัม ในกรณีที่สัญญาไม่มีการขนส่งทางทะเลหรือทางน้ำภายในประเทศรวมอยู่ด้วย

สำหรับเครื่องจักรหนัก 500 กิโลกรัม คิดตามน้ำหนัก

สัญญา อัตรา เพดาน
มีช่วงขนส่งทางทะเล 2 หน่วย/กก. 1,000 หน่วย
ทางถนนและทางอากาศเท่านั้น 8.33 หน่วย/กก. 4,165 หน่วย

มาตรา 35 ให้แปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ ณ เวลาที่คำนวณค่าสินไหมทดแทน ตัวเลขทั้งสองไม่ใกล้เคียงกับราคาเครื่องจักร 500 กิโลกรัมส่วนใหญ่เลย

มาตรา 32 ให้ทางออกจากเพดานไว้สองทาง ทางแรกคือผู้ตราส่งแจ้งสภาพและราคาของก่อนที่ผู้ประกอบการจะรับมอบ และ ได้ระบุไว้ในใบตราส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ทางที่สองคือความเสียหายเกิดจากการกระทำหรืองดเว้นโดยเจตนา หรือโดยละเลยทั้งที่รู้ว่าความเสียหายน่าจะเกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่วางแผนล่วงหน้าได้ มาตรา 36 ยังเปิดให้คู่สัญญาตกลงเพดานที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดได้

อายุความก็สั้นกว่า มาตรา 38 ห้ามฟ้องเมื่อพ้นเก้าเดือนนับแต่วันที่ส่งมอบ หรือวันที่ควรส่งมอบ ขยายได้เฉพาะเมื่ออีกฝ่ายให้ความยินยอมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ และไม่เกินสองปี ส่วนมาตรา 39 ห้ามประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เว้นแต่เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนแล้ว ซึ่งเป็นทะเบียนที่ควรขอดูก่อนของออกเดินทาง

สิ่งที่เปลี่ยนได้ตั้งแต่วันจันทร์

  • ถามว่ามีกรมธรรม์ฉบับไหน โดยเรียกชื่อให้ตรง ระหว่างความรับผิดของผู้ขนส่ง กับประกันภัยสินค้า ขอหน้าตารางกรมธรรม์มาดูว่าใครเป็นผู้เอาประกันภัย
  • ตัดสินใจว่าใครเอาประกันสินค้า ให้ตรงกับผู้ที่แบกความเสี่ยงตามเงื่อนไขการซื้อขาย แล้วเขียนลงในสัญญา
  • แจ้งราคาสำหรับของที่อยู่ในรายการตามมาตรา 620 และแจ้งของอันตรายก่อนทำสัญญา ไม่ใช่ตอนรถมาถึงหน้าโรงงาน
  • ให้ท่ารับสินค้ามีกฎประจำข้อเดียว อย่าเซ็นรับเรียบร้อยเมื่อเห็นว่ามีอะไรผิดปกติ เขียนสิ่งที่เห็นลงไปในทุกฉบับ
  • ความเสียหายที่มองไม่เห็น แจ้งผู้ขนส่งเป็นหนังสือภายในแปดวัน
  • จดวันครบหนึ่งปีนับจากส่งมอบ และวันครบสองปีนับจากวันวินาศภัยไว้ในปฏิทิน
  • สำหรับงานระหว่างประเทศแบบประตูถึงประตู ตรวจทะเบียนของผู้ประกอบการ และตัดสินใจว่าการแจ้งราคาลงในใบตราส่งคุ้มกับค่าระวางที่เพิ่มขึ้นหรือไม่

ไม่มีข้อไหนแปลกใหม่ และไม่มีข้อไหนแพง แต่มันคือส่วนที่แทบไม่มีใครตรวจ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ใบเสนอราคาสองใบที่ซื่อสัตย์ทั้งคู่ต่างกันไกลขนาดนั้น ผู้ขนส่งที่มีความคุ้มครองจริง ต่ออายุตรงเวลา และฝึกคนขับให้แจ้งความเสียหายตั้งแต่หน้าท่า จ่ายค่าทั้งหมดนั้นออกมาจากค่าระวาง

ประกันภัยไม่ใช่สิ่งที่คุณมี มันคือโซ่เส้นหนึ่ง ความรับผิดที่มีอยู่จริง กรมธรรม์ที่ตอบสนองต่อความรับผิดนั้น ผู้เอาประกันภัยที่มีสิทธิเรียกร้อง ข้อความที่เขียนลงบนใบรับสินค้า และชุดของกำหนดเวลา โซ่ขาดตรงข้อที่ไม่มีใครตรวจ และข้อนั้นแทบไม่เคยเป็นค่าเบี้ยประกัน